สวัสดีครับ...
ผมกลับมาอีกแล้ว
ผมค่อนข้างจะรู้สึกดีกับการกลับมาของตัวเองในครั้งนี้
อย่าสงสัย...
ผมกลับมาจากไหน?
มึงไปทำเหี้ยไรมา?
เอาเป็นว่า...
ผมผ่านพ้นช่วงของการบำเพ็ญทุกขกิริยาไปแล้ว
ตอนนี้เข้าสู่สภาวะสงบสุขซ่านตามเดิม
ขอบคุณกำลังใจ...ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วครับ (ทำเหมือนมีคนเป็นห่วงไปงั้นแหละ)
จากนี้จะมีเวลาซ่านมากขึ้นระยะหนึ่ง...เพราะจบภารกิจ'สี่สาวแสนซน'เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ถ้าว่างก็เจอกันทุกวันพุธ-พฤหัส ก่อนข่าวภาคค่ำช่อง3นะคะ)
จบจากทำการ์ตูนหลอกเด็กก็กะจะมาปั่นบล๊อกหลอกเด็กๆกันต่อล่ะนะ
เพราะมันนานเกินไปแล้วจริงๆ จากความถี่ช่วงแรกๆที่มีบล๊อก เคยอัพบล๊อกเป็นรายวัน-รายสัปดาห์
ช่วงหลังๆมานี่มันเริ่มกลายเป็นรายเดือน(คือเดือนละหนึ่งเอนทรี่เท่านั้น)
ปล่อยไปนานขี้คร้านว่ามันจะกลายเป็นรายไตรมาสอ่ะดิ
เข้ามาทุกวันทั้งที่ไม่ได้อัพอะไรมันรู้สึกแปลก
ยิ่งได้เห็นเพื่อนร่วมบล๊อกรายอื่นๆเขาโด่งดังมีหนังสือหนังหาของตัวเองออกมา ไอ้คนที่มีแต่หนังโป๊(แถมเป็นของคนอื่นอีก)อย่างเราก็เกิดความรู้สึกเหี้ยๆเช่น อิจฉา ผุดขึ้นมาลึกๆในกมลสันดาน
จะอิจฉาเขาทำไมวะ?
ก็อิจฉาเพราะว่า...ฝันลอยๆที่ยังตกค้างอยู่อีกหนึ่งในหลายอย่างของผมคือ อยากมีหนังสือของตัวเอง
แต่มันเป็นความอยากมีมาตั้งนานมาแล้ว...อยากเห็นหนังสือที่เขียนด้วยตัวเองวางขาย(ขายออกไม่ออกก็ช่างแม่ง) ทำไมต้องอยาก? ผมก็จำไม่ได้แล้วว่ะ สงสัยเป็นปมในวัยเด็ก ที่แน่ๆไม่ได้เป็นเพราะเห็นใครเค้าดังดีเด่นเลยอยากดีเด่นดังมั่งหรอก ความดังตรงข้ามกับผมโดยสิ้นเชิงเพราะผมชอบอยู่เงียบๆ(ขี้เกียจแสดงตัว)
สรุปก็คือ การทำหนังสือเป็นความฝันที่อยากให้เป็นจริงอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง
...ฟังดูจริงจังและใส่ใจกับความฝันดีใช่มั้ยล่ะ แต่...
นิสัยปล่อยปละละเลยเฉยเฉยชิวชิว(คือขี้เกียจนั่นแหละแต่จะพิมพ์ให้ดูดีหน่อย)...เป็นหนึ่งในร้อยแปดล้านข้อเสียของตัวผม
ผมเป็นคนไม่รอบคอบที่ชอบวางแผน(โง่นั่นเอง)...ดังนั้นโอกาสที่ทำตามแผนได้สำเร็จจึงน้อยมาก
แค่อัพบล๊อกไปวันๆยังขยันทำให้ติดเป็นนิสัยไม่ได้แล้วจะดันทุรังไปทำหนังสือ...ไม่เจียม(นิสัยเสียอีกหนึ่งในร้อยแปดล้าน)
ทำไมผมถึงปล่อยปละละเลยเฉยเฉยชิวชิว(ขี้เกียจ)กับความฝันของตัวเองได้ขนาดนี้ล่ะ
บางที...
เพราะผมมีฝันอื่นที่ดีกว่าให้ทำอยู่แล้ว
เพราะผมยังไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนที่ต้องดิ้นรนกับฝันนี้ขนาดนั้น
เพราะฝันนี้มันฟุ้งซ่านอิสระเกินไปไม่มีเส้นตายมาควบคุม (เคยลองวางเส้นตายไว้เหมือนกัน แต่พอถึงเส้นที่ว่าจริงๆก็ไม่ยักกะตายแฮะ)
ไม่เขียนหนังสือ ไม่มีหนังสือตัวเองวางขาย ก็ไม่ได้ทำให้ผมอดตาย ...แต่ถ้ามี มันคงจะช่วยระบายความต้องการออกมา (ก็คล้ายๆกับ...เอ่อ... คล้ายๆการอัพบล๊อกนี่ไงล่ะ)
ครั้นจะให้ออกมาทำงานเขียนหนังสือขายเพียงอย่างเดียวเพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวกินแบบเอาเป็นเอาตาย...ก็คงไม่ใช่ในตอนนี้
ยากว่ะ ผมไม่มีความเชื่อมั่น..ก็คนมันโลเล(นิสัยเสียหนึ่งในร้อยแปดล้านอีกแล้ว)
...กลัว(ร้อยแปดล้านข้อเสียอีกล่ะครับ)
...กลัวตัวเองจะขี้เกียจ
และไม่มีหลักประกันว่าหนังสือมันจะขายออก ...ถึงแม้ว่าอีโก้โง่ๆ(ร้อยแปดล้านข้อเสียอีกล่ะเว้ย)จะคอยบอกตัวเองว่ากูก็เจ๋งไม่แพ้ใครก็ตามที
มันคงน่าเศร้ายิ่งกว่าการอัพบล๊อกแล้วไม่มีคนอ่านเยอะเลย
...วิตกจริตคิดมาก(นี่ก็อีกหนึ่งข้อ ...กะจะเขียนให้ครบทุกข้อเลยรึ)
เออ...เอาไว้ถ้าฝันปัจจุบันถึงทางตันเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีล่ะนะ
จากนี้ไปก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น สิ่งแวดล้อมภายนอกและภายในมักมีผลกับผมซะด้วยสิ คนมันอ่อนไหว(ร้อยแปดล้าน..)
...ขยันเป็นช่วงๆ
ซักครั้ง...นานๆทีจะเป็นช่วงเวลาขยันขันแข็ง ซึ่งมันก็นานมาแล้วจริงๆ
การกลับมาคราวนี้...
ผมมองเห็นปัญหา
ผมตั้งใจจริง
ผมพร้อมแล้ว
...โปรดให้โอกาสบล๊อกซ่านอีกซักพันครั้ง
ขอบคุณ.
ป.ล. เอนทรี่นี้คือคำยืนยันว่าว่างจริงๆ เพราะค่อยๆแอบทำในเวลางาน
