'เรา'ยังคงอยู่ตรงนั้น
posted on 09 Feb 2009 23:59 by sweettoxic in Something
ชายนิรนามผู้หนึ่งส่งลึงค์ เอ้ย ส่งลิงค์กระทู้นี้มาให้ผม http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7484671/A7484671.html
โดยบอกสั้นๆว่า "ลองอ่านดูนะ กูว่ากระทู้นี้น่าจะถูกจริตมึง"
ด้วยอารมณ์หง่าวๆเงี่ยนๆ ผมจึงไม่รอช้าที่จะคลิกดู
ปรากฏว่า...ผมชอบครับ ชอบมากๆด้วย ชอบตั้งแต่วลีที่เอามาตั้งเป็นชื่อกระทู้แล้ว (เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าเป็นชื่อหนังด้วย)
'ความจำสั้น แต่รักฉันยาว' ---เออว่ะ ถูกจริตผมจริงๆครับ เนื้อหาในกระทู้ก็หลากหลายดี บางความคิดเห็นก็ทำเอา Read Only Member ที่ใจแข็งอย่างผมเกิดอารมณ์ร่วมไปด้วยเชียวนะ
...
และเนื่องด้วยกระทู้ข้างบนนี่แหละ ที่นำผมไปพบเรื่องจิตตก...อีกแล้ว
เรื่องมีอยู่ว่าอ่านไปอ่านมาแล้วเกิดนึกครึ้มอกครื้มใจคิดถึงเพื่อนเก่าๆสมัยวัยเริ่มสร้างความทรงจำ หลายๆคนที่เคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งร่วมสุข ร่วมทุกข์ และร่วมรัก...กันมา
กลุ่มเพื่อนเมื่อสมัยสิบปีก่อนนู้น...
เพื่อนกลุ่มที่จากกันไปโดยที่การสื่อสารยุคใหม่มาไม่ทันจะได้เชื่อมโยงเรา (ทำไมรู้สึกว่ากูแก่จังวะ รู้สึกอิจฉาเด็กสมัยนี้ที่มีมือถือใช้กันตั้งแต่อยู่อนุบาลว่ะ)
เห็นจะมีเพียงสายใยนามธรรมที่เรียกกันว่า'มิตรภาพ'เท่านั้นที่เชื่อมโยงเรา
...ตอนนี้ผมไม่สามารถติดต่อเพื่อนคนไหนที่อยู่ในสมัยนั้นได้เลย...และแน่ใจว่าไม่มีเพื่อนคนไหนสามารถติดต่อผมได้เช่นกัน
ผมทิ้งพวกเขาด้วยการปล่อยวางเรื่องราวของ'เรา'ไว้ตรงนั้น...และเชื่อว่าเพื่อนคนอื่นๆก็ทำเช่นกัน
ทุกคนมีทางเดินของตัวเอง เดินไปตามฝัน เดินผ่านกาลเวลา นานเข้า นานเข้า บางครั้งก็ลืมไปว่า'เรา'เคยอยู่ตรงไหน และ'ใคร'เคยอยู่กับเราตรงนั้น
...
อาการจิตตกเกิดขึ้นเมื่อผมนั่งพิมพ์ชื่อเพื่อนสมัยนั้นที่พอจะนึกได้ลงในเซิร์จของกูเกิ้ล เพียงหวังฟลุ๊คว่าจะเจอใครที่สามารถติดต่อได้และอาจจะนำไปสู่การหวนกลับมาของสายสัมพันธ์
ผลการค้นหาครั้งแรกทำผมใจเต้นตึกตัก เมื่อพบว่า'เธอ'คนที่ผมตั้งความหวังและนึกถึงเป็นชื่อแรก ได้เข้ารับราชการในหน่วยงานหนึ่ง แต่ก็เท่านั้นเองเพราะว่าสิ่งที่ผมเห็นเป็นเพียงรายชื่อ ไม่มีเบอร์โทร หรืออีเมลล์ให้เชื่อมโยงต่อไป
หลังจากนั้นก็ลองพิมพ์ไปเรื่อยๆไล่เรียงตามความทรงจำที่ค่อยผุดขึ้นมา แต่ผลที่ได้รับมาก็ไม่มีอะไรเป็นประโยชน์ มากสุดก็แค่ได้รู้ว่าใครไปเรียนต่อที่ไหน ทำงานอะไร ซึ่งเป็นข้อมูลเก่าโคตรๆหลังจากนั้นก็ไม่รู้แล้ว ยิ่งไอ้พวกที่สนิทๆกันนี่ไม่เจอเลยซักคน(พวกมึงไม่มีใครเล่นเน็ตกันเลยหรือวะครับ แล้วนี่กูกำลังทำบ้าอยู่ล่ะเนี่ย งี่เง่าชิบเป๋ง)
ก่อนที่จะเลิกล้มความตั้งใจผมลองพิมพ์อีกชื่อหนึ่ง 'เสกสรร บรรเทา' หรือพวกเราเรียกเขาว่า 'ต๋อย' คือคนที่ผมกำลังพูดถึง เราเรียนอยู่ห้องเดียวกัน
ผมมั่นใจว่าชื่อนี้มีแน่ๆ เพราะตอนที่เรียนด้วยกันหมอนี่ดูมีความมุ่งมั่นและอนาคตที่ชัดเจนกว่าใครๆในกลุ่ม(มากกว่าผมที่ตอนนั้นยังคลุมเครือว่าจะเป็นวิศวกรหรือนักเขียนการ์ตูน 555)
ต๋อยเป็นนักดนตรีประจำวงโยธวาทิตของโรงเรียน เวลามีงานโรงเรียนก็เป็นมือเบส และในเวลาว่างๆก็เป็นมือกีต้าร์ประจำวงสนทนาของกลุ่มเพื่อน
ในการรับรู้ของผมต๋อยเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง เป็นที่รักของทุกคน แม้มันจะชอบปล่อยมุกกวนตีนใครเขาไปทั่วก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีเรื่องมีราวกับใคร เป็นคนที่สนุกสนานเฮฮาแต่ไม่ไร้สาระกับชีวิต ต๋อยสอบติดโควต้าคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นั่นคือเรื่องราวสุดท้ายของเขาที่ผมรับรู้และรู้สึกยินดีกับเพื่อน.
...เวลาผ่านไป ผมไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้ ก่อนที่ผมจะเริ่มพิมพ์เรื่องนี้ ผมต้องมารับรู้กับข่าวร้ายของเพื่อน
ต๋อยตายแล้ว...
ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อเวลาโดยประมาณ 21.30 น. ในวันที่ 15 ส.ค. 2551 ข่าวจากเว็บบอร์ดของชมรมศิษย์เก่าดุริยางคศิลป์ มมส. ที่ร่วมไว้อาลัยให้กับอาจารย์ เพื่อน และพี่น้องของพวกเขา
ผมไม่แปลกใจเลยที่ต๋อยได้เป็นอาจารย์สมใจ ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆก็รักและอาลัยเขา
ผมเพียงใจหาย เมื่อการพยายามตามหาเพื่อนจบลงด้วยการจากลากันไปแบบไม่มีวันหวนกลับ
สิ้นสุดการค้นหา ...พูดอะไรไม่ออก
...ทำไมกูไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่ปีก่อนวะ เจออีเมลล์ตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร
จำคำพูดในวันสุดท้ายที่เจอกันไม่ได้แล้วว่ะ
ตอนนี้คงสายไป อยากขอแค่ให้เพื่อนได้รับรู้ว่า แม้นายจะจากไปแล้ว แต่'เรา'ยังคงอยู่ตรงนั้น
ป.ล. เอนทรี่นี้อุทิศให้เพื่อนผู้ล่วงลับครับ
ก่อนหน้านี้พี่ทำงานก็เสียชีวิตครับ เพิ่งทำบุญร้อยวันไป พี่คนนี้ชื่อต๋อยเช่นกัน ...บังเอิญเกินไปรึป่าว
ป.ล.2 ช่วงนี้งานเยอะว่ะครับ เสร็จจากโปรเจ็คหนึ่งก็มีอีกโปรเจ็คหนึ่งเข้ามาต่อทันที แถมคราวนี้เป็นอะไรที่ไม่ค่อยจะถูกแนวผมเท่าไรนัก ก็เลยค่อยข้างจะเครียดกับมันหนักอยู่ แล้วที่บริษัทก็มีนโยบายเพิ่มกำลังการผลิตด้วยการบล๊อคอินเตอร์เน็ตตัด MSN ฮิ5 และโปรแกรมสนทนาออนไลน์ทุกอย่าง(...) ทำให้เกิดเกิดความเครียดสะสมหนักขึ้นไปอีก แล้วยังมีเรื่องให้จิตตกอีก....ก็บอกไว้ก่อน เผื่อผมจะหายไปนานอีกครั้ง จะได้ไม่ลืมกัน.

แล้วก็ living alive สำหรับคนที่ยังอยู่นะคะ
#1 By ..today is present...I'm still learning.. on 2009-02-10 00:13