กาลที่ฉันรักเธอ(๒)
posted on 03 Nov 2008 17:01 by sweettoxic in ZAANseries*** อ่านตอนแรกที่นี่ครับ (ไม่จำเป็นต้องอ่านก็รู้เรื่องนะ)***
--------------------------------------------------------------------
.
.
.
ที่นี่ที่ไหน?...
เปล่า ...ผมไม่ได้ความจำเลอะเลือนตามที่ใจต้องการแต่ประการใด
ผมจำได้ ...ก็เหตุการณ์มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อตอนที่แล้วนี่หว่า
ผมอกหัก? ...ไม่ค่อยอยากจะเรียกว่าอกหัก แต่ที่แน่ๆคือเสียใจ
ในเมื่อตอนที่แล้วผมใช้ขวดเหล้าฟาดตัวเองจนสลบ ผมก็น่าจะฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล หรืออย่างน้อยก็น่าจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าอยู่บนเตียง ไม่น่าจะใช่ข้างโคนต้นไม้อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้
ก็ถึงได้สงสัยไงล่ะ ว่าที่นี่มันที่ไหน?
ผมค่อยๆลุกขึ้นมาหันมองรอบๆบริเวณนั้น และเพียงกวาดตามองแวบเดียวก็รู้คำตอบ ทิวทัศน์ที่คุ้นเคยแม้จะละเลยไปนานหลายปีก็ไม่มีทางลืมเลือน ผมกำลังยืนอยู่ใต้ต้นกาลพฤกษ์ต้นใหญ่ริมสระโอวัลติน ดังนั้นที่นี่จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากสถานที่แห่งความหลัง...โรงเรียนของเรา?
แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? (อย่าเพิ่งขัดจังหวะนะครับว่ามึงจะสงสัยอะไรนักหนา?)
เมื่อก่อนสมัยที่ยังเป็นเด็กนักเรียนเกรียนๆผมชอบมานั่งปล่อยอารมณ์ริมสระแห่งนี้ ...เอ๊ะ! หรือว่าที่นี่คือที่ชอบที่ชอบ!? ...ก็ไม่น่าจะใช่นะ เพราะผมมีที่ที่ชอบไปและอะไรที่ชอบทำกว่านี้อีกเยอะ อีกอย่างผมก็มีความทรงจำที่ไม่ค่อยจะดีนักกับสถานที่แห่งนี้ ดังนั้น นี่ไม่น่าจะใช่ที่ชอบที่ชอบแน่นอน และเท่าที่รู้มา ต้นกาลพฤกษ์ต้นนี้ยืนต้นตายและถูกโค่นหลังจากผมเรียนจบออกไปสามปี ...แต่นี่มันผ่านมาเกือบสิบปีแล้วนะ ดังนั้นเมื่อประมวลผลด้วยสมองน้อยๆนี้ก็น่าจะตีความสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผลว่านี่คือความฝัน...แต่ เมื่อตีความด้วยหัวใจและวิสามัญสำนึกผมกลับรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความฝัน...
เอาเถอะ จะชอบหรือไม่ จะฝันหรืออะไรก็ช่าง ผมเริ่มขี้เกียจคิดหาคำอธิบาย จะเอาอะไรกับคนหอกหัก เอ้ย อกหักล่ะครับ ในเมื่อผมก็รับรู้แค่ว่าตอนนี้ตัวเองได้มายืนใต้ต้นกาลพฤกษ์ริมสระในโรงเรียนเก่าอย่างที่เพิ่งบอกคุณไป สิ่งที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้คือผืนน้ำสีน้ำตาลขุ่นข้นในสระที่สงบนิ่ง มันถูกเรียกว่าสระโอวัลตินเพราะสีของน้ำนี่เอง มีบางคนเรียกสระไมโล สระดรอสเต้โกโก้? แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมนัก
เล่าต่อๆกันมาว่าสระนี้มีมาตั้งแต่ก่อนก่อตั้งโรงเรียนซะอีก และแม้ว่าจะเคยมีการพยายามทำให้น้ำในสระดูใสสะอาดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล น้ำในสระยังคงขุ่นข้นเหมือนเดิม จนมีคนชอบนำไปใช้เปรียบเปรยกับความรัก เช่นว่า 'น้ำรัก เอ้ย น้ำใจรักของพี่นั้นเข้มข้นหวานมันไม่จืดจางปานน้ำสระโอวัลติน หากเธอได้กลืนกินจะหวานลิ้นมิรู้ลืม' หรือ 'รักแค่ไหนก็ไม่ซึ้งเข้าไปถึงหัวใจนาง น้ำใจเจ้าจืดจางไม่เหมือนน้ำโอวัลติน' เป็นต้น นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่คัดมาเท่านั้น ท่านสามารถหาอ่านข้อความชวนอ้วกแบบนี้ได้ตามผนังห้องน้ำชายทุกจุดในโรงเรียน อ่านแล้วถ่ายคล่องดีมากๆ...ไม่แน่ใจว่าห้องน้ำหญิงมีบ้างไหม แต่เท่าที่เคยเห็นก็ไม่มีนะ(อย่าสงสัยเลยครับว่าไปเห็นตอนไหน เรื่องมันยาว เดี๋ยวจะยิ่งแตกประเด็นไปกันใหญ่)
ส่วนต้นกาลพฤกษ์ริมสระต้นนี้ก็มีชื่อที่เรียกสืบต่อกันมาหลายรุ่นว่า 'ต้นกาลครั้งหนึ่งเคยรักกัน' บริเวณนี้คือมุมโรแมนติคยอดนิยมของคู่รักวัยเรียนทุกระดับชั้น ผมเคยสันนิษฐานว่าต้นกาลครั้งหนึ่งฯต้นนี้เป็นต้นไม้ที่มีกรรมมาแต่ชาติปางก่อน น่าสงสารมากๆเพราะพื้นที่รอบๆลำต้นทุกๆหนึ่งตารางนิ้วจะมีร่องรอยจารึกชื่อคู่รักวัยเรียนอยู่เต็มไปหมด นัยว่าเป็นหลักฐานพยานรัก เช่น 'อ๊อฟ๖/๑ รัก แอ๊ฟ๖/๒' (ยกตัวอย่างนะ) เมื่อมีชื่อจารึกบนต้นไม้ต้นนี้ก็หมายความว่าความรักของหนุ่มสาวคู่นั้นได้ถูกป่าวประกาศ เหมือนดาราแถลงข่าวหมั้นหมายกัน จากนั้นก็จะเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าคนนี้กับคนนั้นรักกันแล้ว เมื่อมาเห็นชื่อนี้น้องๆที่หลงรักไอ้อ๊อฟ๖/๑อยู่ก็จะอกหักดังเป๊าะกันเป็นแถวตอนเรียงสิบ(เยอะไปมั้ง) แต่ถ้ามันไม่จริง สองคนนี้เกิดเลิกกัน หรือที่แท้แล้วไอ้อ๊อฟมันขี้ตู่ แอบรักแล้วยังหน้าด้านมาสลักชื่อ เมื่อน้องแอ๊ฟรู้ก็จะมาลบชื่อทิ้ง เป็นอันว่าไม่ได้รักกันแต่อย่างใด ...ที่ยกตัวอย่างมานี่แค่คู่เดียวเองนะยังวุ่นวายขนาดนี้ ในความเป็นจริงมันได้รับความนิยมสูงมากๆ ใครๆก็อยากมาจารึกชื่อบนต้นกาลฯ พอจะรู้สาเหตุที่มันยืนต้นตายแล้วใช่ไหมครับ
ผมยืนพิจารณาลำต้นที่เต็มไปด้วยร่องรอยคล้ายๆศิลาจารึกนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมองดูมันอย่างจริงจัง ร่องรองเหล่านั้นมีทั้งที่เกิดจากลิควิดเปเปอร์ ปากกามาร์คเกอร์ และมีดคัตเตอร์ โดยคาดว่าน่าจะเรียงตามความมั่นคงของความรัก แบบว่ารักใสๆก็ใช้แค่ลิควิด ผิดพลาดพลั้งไปก็ยังแก้ไขได้ เข้มขึ้นมาหน่อยก็ต้องใช้มาร์คเกอร์ เพื่อยืนยันว่ารักเธอ...ชัดเจน แต่ที่สุดแล้วต้องจารึกให้ถึงเนื้อใน รักเธอฝังลึกกรีดใจปานคัตเตอร์
ผมค่อยๆกวาดตามองแต่ละรายชื่อ เห็นมีชื่อคนรู้จักมากมายยิ่งเห็นก็ยิ่งนึกถึง...
.
.
.
...............
เด็กสาวเดินนำหน้าจูงมือเด็กหนุ่มมาหยุดที่ใต้ต้นกาลครั้งหนึ่งเคยรักกัน...
"นี่ไงๆ เอาตรงนี้แหละ"
"เฮ่ย!จะดีเหรอ มาเอากันตรงนี้คนเค้าก็เห็นกันหมดสิ"
"โห ไอ้บ้ากาม! แกนี่มันคิดแต่เรื่องแบบนี้จริงๆเลยนะเนี่ย"
"อ้าว ก็แกชอบพูดให้คิดนี่หว่า"
"พอเลยๆ ชั้นแค่เห็นว่าตรงนี้มันว่างอยู่ เหมาะแก่การจารึกชื่อไว้ไงก็เลยเรียกแกมา"
"เพื่ออะไรวะ นี่แกก็บ้าไปกับเค้าด้วยเหรอ?"
"อ้าว ไอ้นี่ ...ฉันบ้าตรงไหน ใครๆเค้าก็มาสลักชื่อกันไว้ตั้งเยอะแยะไม่เห็นเหรอ"
"นี่เป็นวิธีการทำลายธรรมชาติที่ทุเรศมากๆเลยว่ะ น่าสงสารต้นไม้"
"เอ๊ะ! แกจะบ่นอะไรนักหนาเนี่ย พวกอาจารย์เค้าก็ไม่ได้ห้ามซะหน่อย แล้วไอ้คนที่ชอบเขียนโต๊ะเขียนกำแพงอย่างแกน่ะ มีสิทธิ์อะไรมาว่าชั้น"
"ก็...สิทธิ์ในฐานะ...เอ้อ! ช่างเหอะ แกะให้ก็ได้วะ"
"เย้!! จริงๆนะ ขอบใจมากค่ะ ที่รัก"
"... ไม่ต้องเลยๆ ทียังงี้มาทำปากหวาน...ตลอดเลยนะแก"
"อ่ะ แหมๆ ทำเป็นเก๊ก ...ชอบก็บอกมาเถอะว้า"
"ไม่ชอบเว้ย อย่ามาล้อเล่น ...จะสลักชื่อกับใครก็รีบๆบอกมาซะที"
"เอ้า! จะกับใครซะอีกล่ะ มากับแกก็ต้องสลักกับแกสิ!"
"... นี่ ล้อเล่นใช่มั้ย?"
"อือ"
"..."
"ฮะๆๆ อะไรน่ะ ทำไมทำหน้างั้นล่ะ แกคงไม่คิดว่าฉันพูดจริงใช่มั้ย?"
"เออ...บอกมาได้แล้วว่าใคร?"
"ก็...กับ แดน ห้องสี่ไง"
"ออ...แล้วนี่ไอ้แดนมันรู้เรื่องด้วยมั้ยเนี่ย?"
"อ้าวเฮ้ย! แกพูดงี้ก็หาว่าฉันขี้ตู่อ่ะดิ แดนเค้ามาจีบฉันเองนะเว้ย แกก็เห็นนี่"
"...ออเหรอ โง่จริงๆไอ้แดนเอ้ย..."
"เอ๊ะ!!ไอ้นี่ พูดงี้หมายความว่าไง?"
"เปล่า...พูดไปงั้นแหละ ไม่มีความหมายอะไรหรอก..."
"เออ งั้นก็รีบๆแกะเร็วเข้า เอาสวยๆด้วยล่ะ"
"เออน่ะ สั่งจังเลยโว้ย"
"อ้าว นี่ฉันเห็นว่าแกมีฝีมือด้านขีดเขียนนะก็เลยเรียกใช้ เพราะงั้น อย่าทำให้ผิดหวังล่ะ"
"เออๆ จะทำให้สุดฝีมือเลยคร้าบ"
"ดีมาก เดี๋ยวฉันจะไปพาเค้ามาดูนะ..."
"..."
เด็กสาววิ่งจากไป เด็กหนุ่มค่อยๆแกะไม้เป็นตัวอักษร เขารู้สึกเหมือนรอยมีดนั้นกำลังกรีดลงบนใจตัวเอง
...............
'อร๔/๑ รัก แดน๔/๔'
...
ผมหยุดสายตาจ้องมองชื่อนี้ ...พลันรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาชอบกล
เหลียวซ้ายแลขวา ไม่มีใคร...
เออ เอามันตรงนี้แหละวะ
...ขอให้ชุ่มฉ่ำนะ ไอ้แดน
.
.
.
...............
กาลปัจจุบัน...
นางพยาบาล "ว้าย!! คุณหมอคะ คนไข้ฉี่รดที่นอนค่ะ"
คุณหมอ "เอ่อ...แล้วคุณพยาบาลจะร้องว้ายทำไมครับ?"
นางพยาบาล " ก็...คนไข้เค้า ฉี่รดมือหนูด้วย..."
คุณหมอ "..."
.
.
.
จบตอนที่สองแบบน้ำนองเต็มตลิ่ง//
ป.ล. จนถึงตอนนี้ก็ยังสรุปโครงเรื่องโดยรวมไม่ได้เลยซักกะนิด ท่าทางจะฟุ้งไปเรื่อยๆแล้วมั้งนี่...แต่ก็สนุกดีที่ได้ซ่านอย่างเป็นกิจลักษณะอีกครั้ง
ขอบคุณมากๆที่อ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณล่วงหน้าอีกทีสำหรับผู้ที่คิดจะอ่านตอนต่อไปครับ
แล้วเจอกัน เมื่อกาลมาถึง...สวัสดีมากครับ.


#1 By Gappy on 2008-11-04 01:49