กาลที่ฉันรักเธอ(๑)
posted on 22 Oct 2008 12:25 by sweettoxic in ZAANseries
คุณเคยรู้ซึ้งถึงความเศร้าเสียใจกันมากแค่ไหน
มันคงมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ประสบการณ์ส่วนบุคคล
สำหรับเรื่องนี้ของผม ผมยกให้มันเป็นความเศร้าปวดร้าวระดับห้ากระดองใจ...
...
มันก็เป็นไปตามธรรมชาติของชีวิตมนุษย์เป็นไปตามความต้องการที่เรียกร้อง เมื่อถึงเวลาหนึ่งคนเราทุกคนย่อมมีความรัก...และมีคนรัก
ผมไม่แน่ใจนักว่าตัวเองเคยผ่านปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ว่านี้มาบ้างหรือเปล่า
ในความทรงจำมันมีแต่ความรัก...แต่ไม่มีคนรัก
...ถ้าไม่นับเธอ
เธอคือใคร?
ใจเย็นๆสิ กำลังจะเข้าเรื่องอยู่นี่ไง
.
.
.
‘ขอเชิญร่วมงานมงคลสมรส...’
“อีกแล้วเหรอวะ สัด! พวกมึงจะมานัดแต่งงานพร้อมๆกันทำไมช่วงนี้วะ”
ผมหยิบซองสีชมพูที่จ่าหน้าซองตามข้อความด้านบนที่วางอยู่ด้านล่างของตู้รับจดหมายขึ้นมาพลิกดู...แล้วมันก็อดสบถไม่ได้ นี่ซองที่ห้าของเดือนแล้วนะ
ก็เข้าใจว่ามันเหมือนเป็นช่วงเทศกาลหนึ่งในชีวิต หลังจากเรียนจบและแยกย้ายกันไปทำงานตามหาเส้นทางของตัวเอง ซักพักพวกเพื่อนๆที่มีคู่รักแบบมั่นคงมั่นใจหมั้นหมายกันดีแล้วก็จะร่อนการ์ดแต่งงานกันเป็นที่สนุกสนาน แต่สำหรับผมมันคือความน่ารำคาญอย่างหนึ่งเลยว่ะ ไม่ได้ใจแคบขัดขวางความสุขของใครหรอกนะ แต่เห็นใครรักกันแล้วมันหงุดหงิด...เอ๊ะ! นี่ไม่ใช่อาการของคนใจแคบใช่ไหมครับ
“คราวนี้ใครอีกล่ะ ดูซิ ถ้าเป็นผู้ชายกูไม่ไปแล้วนะ...ขี้เกียจเมา”
...ผมเปิดซองคลี่บัตรมงคลออกดู...
‘ขอเชิญร่วมงานมงคลสมรส สิริธิดา & ราเชนทร์’
.
.
.
สิริธิดา!?!
นี่แหละเธอ!!
เธอที่ผมพูดถึงไง...
เธอที่เป็นเจ้าของความรักของผม
เธอกำลังจะแต่งงาน...
ได้ไง!! ผมยังไม่ได้ขอเธอเลย
ได้สิ...ก็เจ้าบ่าวไม่ใช่มึงนี่
ราเชนทร์??
ไอ้ราเชนทร์นี่มันใครวะ?
แฟนเธอสมัยเรียนอยู่นั่นมันชื่อราชิตไม่ใช่เรอะ
นี่เธอมีแฟนใหม่!!
แล้วทำไมไม่บอกกูวะ?!
คนเค้ารอเสียบอยู่ มึงนี่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยนะเธอ
พอตอนจะแต่งค่อยนึกถึงกูเนี่ยเหรอครับ
...บ้าเอ๊ย!!!
เร็วเกินไป กระทันหันเกินไป...หัวใจมันรับไม่ทัน
เคยคิดเตรียมใจอยู่ ว่ามันต้องเป็นแบบนี้ซักวัน...แต่ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วยวะ
ที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตโดยหวังปาฏิหาริย์ลึกๆ...คราวนี้หมดกันแล้ว
ความหวังที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อให้เธอกลับมาสนใจ...จะทำไปเพื่ออะไรอีกวะเฮ้ย
ไอ้ชิบหาย!!! ใครช่วยบอกผมที นี่มันเรื่องที่แต่งขึ้นมาใช่ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
.
.
.
...
“เออ...ถ้านี่เป็นเรื่องแต่งขึ้นจริงๆ ไอ้เหี้ยคนเขียนแม่งคงต้องการกลั่นแกล้งมึงชัดๆเลยว่ะ”
เฮียเมา เจ้าของร้านเหล้า‘เมามันส์’พูดพร้อมกับเดินหิ้วเครื่องดื่มบำบัดจิตมาปลอบใจผมถึงโต๊ะ แทบไม่ต้องคิดอะไรมาก(กูไม่อยากคิดอะไรแล้ว)ผมยกขวดขึ้นกรอกปากทันที
“อ้าวๆๆ เชี่ย!!...ค่อยๆแดกก็ได้มึง ไม่มีใครแย่งหรอก เหล้าร้านนี้มีให้มึงกินจนตายนั่นแหละ”
เฮียโต หุ้นส่วนร้านอีกคนร้องเตือนเมื่อผมกระแดะแดกอย่างไม่คิดชีวิต
“...ความรักมันก็ยังงี้แหละวะ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้หรอกไอ้น้องเอ้ย”
ป๋าฤทธิ์ เพื่อนร่วมโต๊ะผู้อาวุโสสุดให้คำปลอบใจในฐานะพี่ใหญ่
“ใช่!! มันก็เหมือนเวลาเล่นวิ่นนิ่งแหละ!? มีแพ้มีชนะ อยู่ที่ว่าใจเรารับได้ไหม”
ป๋าต๋อย ร่วมด้วยช่วยปลอบ
“รับไม่ได้หรอกครับ ไม่ใช่เรน่า(ผู้รักษาประตูทีมลิเวอร์พรุน)”
ท่านเอ้ โผล่มาเล่นมุขเฉพาะกลุ่ม จึ้ย!! (ตรงนี้อ่านแล้วไม่ฮาไม่แปลกครับ)
“เออ...ถ้ารับได้ มันจะมานั่งแดกเหล้าเคล้าน้ำตาทำไมเล่า”
ป๋ามิค แย้งกลับเข้าเรื่อง
“ชีวิตแค่โดนทำร้ายนะ...”
ไอ้แจ้ ...เริ่มแล้วไง
“...แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลายสิ”
ไอ้โป้ ช่วยต่อมุขให้ไอ้แจ้ตามสัญชาตญาณนักดนตรี
“แหม่นแล่วอ้าย!!!”
ไอ้เอ๊กซ์ รุ่นน้องผู้มาจากที่ราบสูงเช่นกันช่วยเสริมกำลังใจอย่างหนักแน่
“วิธีง่ายๆรับรองหายชัวร์...หาแฟนใหม่ซะนะคร้าบ”
ไอ้โจ มันหล่อจะพูดยังไงก็ได้...แม่ง
“อือ ผู้หญิงมีตั้งมากมาย ลองเข้าไปดูในไฮไฟว์ผมสิ”
ไอ้แนน มึงก็ยังไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอครับ
“ถ้าผู้หญิงมันหายาก หรืออยากลองของแปลก...คิดถึงเจ๊เป็นคนแรกนะ”
เจ๊วอ ...เว้ยย!!คนสุดท้ายทำไมมันออกแนวจิตเสื่อมยังงี้ล่ะคะ
(*เนื่องจากเป็นเรื่องของผม ทุกชื่อที่กล่าวมาจึงเป็นแค่ตัวประกอบทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ถึงใครมาอ่านเจอก็ไม่มีค่าตัวให้หรอก ส่วนคนที่รู้ตัวว่ายังไม่มีชื่อในตอนนี้ก็อย่าเพิ่งวางใจว่าจะรอด)
...
...
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่หลั่งน้ำตาก็ไม่มีใครมาสนใจ โดยสันดานเดิมทีผมไม่ค่อยอยากเรียกร้องให้ใครมาสนใจหรอกเพราะรู้ตัวว่าไม่มีห่าอะไรที่น่าสนใจเลย แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ พอมีคนมาปลอบใจเท่าไรผมก็ยิ่งได้ใจร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายยิ่งขึ้น อารมณ์นั้นไม่ได้ใส่ใจใครหรอกมันแค่รู้สึกสะใจตัวเอง เศร้าเข้าไป เศร้าเข้าไป คำปลอบประโลมปลุกใจมากมายล้วนไร้ผลไหลเข้าหูซ้ายทะลุรูตูด แม้มีเพื่อนรอบล้อมอยู่ข้างกายแต่ภายในใจยังเต็มไปด้วยเธอ...นั่น! นี่แสดงว่าผมยังมีสติรับรู้หลงเหลืออยู่ ไม่ได้การล่ะผมไม่อยากรับรู้
ผมอยากไร้สติ...
เพล้ง!!!
“ไอ้เหี้ยยย!! ทำอะไรของมึงงงง....”
ทุกคนร้องพร้อมกันเมื่อเห็นผมนวดต้นคอตัวเองด้วยขวดเหล้า
ส่วนผม...ฟุบลงไป...ไร้สติ... มีแต่สลบ ...
...
แล้วกาลก็ผ่านไป...
//จบตอน//
ป.ล.อารมณ์ไหนก็ไม่รู้ อยากลองเขียนเรื่องยาวน่ะ...จะไปรอดไหม ก็ไม่รู้
ขอบคุณล่วงหน้า ถ้าคิดจะติดตามตอนต่อไป
ไม่รู้เมื่อไหร่...สวัสดีไว้ก่อน.
อ.ล. ขออุทิศความดีของเอนทรี่นี้(ถ้ามี)ช่วยนำพาให้พี่ต๋อยไปสู่สุคติครับ...ด้วยความเคารพ

...แต่ยิงคืนห้า

เอาเวลางานมานั่งอัพบล็อก
ถึง เรน่าเค้าก็รับไม่ได้หรอก แต่ถ้า ฟาน เดอร์ ซา ล่ะ เค้าไม่พลาดชัวร์ ฮ่าๆ + ของเค้าเทพจริง
เมื่อคืนนี้ก็ชนะตั้ง 3-0 แน่ะ โฮีะ
#1 By ire_u on 2008-10-22 12:59