ฟ ฟัน ฟ แฟน
posted on 09 Mar 2008 20:30 by sweettoxic in ZAANstory
สิ่งที่ผมปล่อยให้มันหมักหมมเรื้อรังมานานเริ่มกลับมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายผมอีกครั้ง...
เรื่องของเรื่องคือ วันนี้ผมปวดฟัน ปวดมากจนยุทธวิธีการปฐมพยาบาลตัวเองทุกรูปแบบไม่สามารถระงับอาการได้เหมือนที่เคยเป็นมา ปวดจนนอนไม่หลับทั้งคืน วันนี้ผมจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับอคติส่วนตัว...
"เอ้า จะรีบร้อนไปไหนแต่เช้าล่ะไอ้หนู วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ" ป้าคนดูแลหอพักเอ่ยทักทายผมด้วยความประหลาดใจ
"เอ่อ จะไปหาหมอฟันครับป้า..."
"แหม่ หื่นแต่เช้าเชียวนะไอ้หนู...ว่าแต่ มีหมอที่ไหนเค้ายอมให้เอ็งฟันด้วยรึ"
"มีสิ ก็หมอนวดแถวรัชดาไงครับเว้ยยย!! บ้าแล้วป้า ผมหมายถึงหมอทำฟัน ทันตแพทย์อ่ะ ทัน-ตะ-แพด ชัดมั้ยครับ" ปวดจะตายแล้วยังอุตส่าห์กัดฟันช่วยต่อมุขป้าแกอีกนะครับผม
"ออออ...มีน่าล่ะ แก้มตุ่ยเชียว"
"เออดิ เห็นแล้วยังจะชวนคุยอีก มันปวดนะเนี่ย จี๊ดเลยอ่ะ จี๊ดเลย"
"แหม่ อ่ะล้อเล่นหน่อยเดียวอย่าถือสาคนแก่เลยน่อ"
"เอ่อ แล้วคนแก่จะยืนขวางประตูอีกนานมั้ยครับเนี่ย"
"อ่อ...เชอรี่ๆ"
"...ซอรี่ตะหากเล่า จะพูดก็ให้มันถูกหน่อยครับ..."
. . . . . . . . . . .
โชคดีที่แถวหอพักนั้นมีคลินิกทันตกรรมอยู่ไม่ไกล ผมเดินเก็บอาการมาไม่กี่ซอยก็มาถึง "คลีนิกฟันน้ำนอง" เอ้ย "คลีนิกฟันน้ำนม" ตะหากเล่า(พยายามตลกกลบเกลื่อนอาการปวด)
มาถึงแล้ว แต่ผมยังไม่กล้าเข้าไป ผมมีอดีตที่ไม่อยากจดจำนัก ทำฟันคือฝันร้ายในวัยเด็กของผม อาจเป็นเพราะนิสัยชอบกินขนมหวานล่ะมั้งนะ ผมเลยโดนจับมาเข้าพบหมอฟันอยู่บ่อยๆ ผมยังจำเสียงเครื่องขูดหินปูนกระทบฟันได้ดี มันเป็นเสียงที่ปลุกให้ขนลุกซู่ได้ทุกครั้งที่ได้ยิน แต่ตอนนี้ผมโตแล้วนี่ ยังจะกลัวอะไรอีกวะ
ขณะที่ผมกำลังยืนทำใจลับๆล่อๆอยู่หน้าคลีนิก ประตูก็เปิดต้อนรับผม และไม่น่าเชื่อ...มันเป็นประตูสวรรค์(เสี่ยวอีกล่ะ)
"เชิญค่ะ"
". . ." ประทานโทษนี่หมอฟันหรือนางฟ้าครับ ภาพลักษณ์ของเธอทำให้ผมลบภาพป้าหมอแม่หมอที่เคยเจอในวัยเด็กไปเลย โดยมีภาพลักษณ์ของดาราเอวีที่แต่งชุดหมอ(รอ)ฟันลอยเข้ามาในหัวแวบหนึ่ง(แค่แวบหนึ่งเองน่า นิดหน่อยๆ) ถ้ารู้ว่าหมอฟันน่ารักขนาดนี้ ผมปวดฟันตั้งนานแล้ว
นี่แค่เห็นหน้าก็หยุดปวดฟันไปประมาณสามสิบวินาทีแล้ว ผมไม่รู้ตัวว่าเดินตามเธอเข้ามาตอนไหนด้วยซ้ำ
"มาทำอะไรคะ" เสียงเธอนุ่มนวลอ่อนหวาน มีเสน่ห์ตามแบบฉบับของหมอฟัน ที่สามารถกล่อมให้เราเคลิ้มได้เสมอ
"เอ่อ...มาหาฟันหมอ เอ้ย มาหาหมอฟัน เฮ้ย มาปวดฟันครับ" พูดผิดพูดถืกไปเลยครับผม
"อื้อ...มาแต่เช้าเลยนะคะ เดี๋ยวรอแป๊บนึงนะ"
"...ครับ" อาจเป็นเพราะผมมาแต่เช้ามั้งคลีนิกเพิ่งเปิด คุณหมอเธอก็เลยดูวุ่นวายเล็กน้อย และดูเหมือนว่าในคลีนิกนั้นมีเราเพียงสองคน
"เอ่อ...มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ" ผมเริ่มหาคำถามชวนคุยซึ่งหาไม่ค่อยจะได้นัก
"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ คุณไปนอนรอบนเตียงได้เลยนะคะ เดี๋ยวหมอตามไป..." อย่าคิดลึกๆ แต่เพิ่งจะมีสาวสวยมาพูดกับผมแบบนี้นะเฮ้ย จะให้ขึ้นเตียงหรือขึ้นเขียงก็ยอมนะครับ
.
.
.
ผมนอนกระสับกระส่ายจัดท่าจัดทางรออยู่ไม่นานเธอก็เดินเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์สร้างความเสียว(ฟัน)ชุดใหญ่
"ตามสบายนะคะ ไม่ต้องเกร็ง" เธอปรับเก้าอี้หรือเตียงให้ผมเอนลงนอนอย่างนิ่มนวล วางมือลงบนไหล่ผมเบาๆ
"อ้าปากนะคะ..." เธอพูดพร้อมกับโน้มตัวลงมาใกล้ผม เมื่อมองขึ้นไปจากมุมนี้ผมเห็นความงามอีกอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอและซ่อนอยู่หลังช่องกระดุม อะว้าาาาวววว...ปากผมก็อ้าเองโดยไม่ต้องฟังคำสั่งเธอ
"ดีมากค่ะ อ้ากว้างๆอย่างนี้แหละ" ผมก็ว่าดีครับ ใจกว้างแบบคุณหมอนี่ผมชอบจังเลย...นี่คือเคล็ดลับของเธอหรือเปล่านะ
"อืมมมม..." เธอเอาเครื่องมือที่เป็นแว่นกระจก(ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร)สอดส่องเข้ามาในปากผมและก้มมองดู หน้าเราใกล้จนแลกลมหายใจกันได้ โชคดีที่ผมแปรงฟันมาก่อน ผมจำไม่ได้ว่าเคยใกล้ชิดกับผู้หญิงขนาดนี้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ยิ่งเป็นใบหน้าสวยใสที่ไม่ค่อยพบเจอซะด้วย ทำให้นึกไปถึงแฟนคนล่าสุด...คนไหนล่าสุดหว่า
"อืม...สงสัยจะต้องถอนแล้วนะคะ"
ไม่ว่าแฟนคนไหนผมก็ไม่เคยตัดเธอไปจากใจได้เลยซักคน
"ดูแลรักษาไม่ถูกวิธีแน่ๆเลย"
ครับ ผมผิดเองที่ดูแลและรักษาเธอไว้ไม่ได้
"ปล่อยให้เรื้อรังขนาดนี้ได้ยังไงกันคะ"
แต่ผมรักนะครับ ผมไม่อยากเสียเธอไป
"มันจะทำให้สุขภาพเหงือกแย่ไปด้วยนะ"
มันเสียสุขภาพจิตครับ ผมรู้
"โดยเฉพาะซี่ในสุดนี่อาการหนักแล้วค่ะ"
โดยเฉพาะคนแรกสุดยิ่งลืมยากมากเลยครับ
"รากฟันเน่าแล้ว"
รากใจหยั่งลึก
"ทำไงดีน้า..."
...ถึงจะลืมเธอได้
"ถอนเถอะนะคะ"
"ถอนเธอเถอะครับ"
"หือ...ว่าไงนะคะ"
"...อ๊ะ ปะ ป่าวครับ ผมหมายถึงถอนได้เลยครับ" ผมคิดไปได้ไงวะ เอาเรื่องฟันเรื่องแฟนมาปนกันมั่วไปหมดแล้ว เห็นหน้าตาและหน้าอกคุณหมอแล้วทำให้คิดซ่านไปโน่นเลย
เออ... แต่มันก็โยงกันได้แฮะ ฟ ฟัน ฟ แฟน มันก็คล้ายกันเนอะ ดูแลไม่ดีมันก็จากเราไป..."เฮ้อออ"
"เฮ้อทำไมคะ ตกลงจะถอนฟันหรือถอนใจคะ?"
"...จะถอดจะถอนก็แล้วแต่คุณหมอจะกรุณาเถอะครับ"
"...อย่ามาทะลึ่งนะคะ เดี๋ยวก็ถอนแบบไม่ฉีดยาชาซะหรอก"
"ฉีดหรือไม่ฉีดก็ไม่ต่างกันครับ...เพราะผมชินชา"
"...เอ่อ..."
" อ๊ะ...คุณหมอครับ โอ้ยย..."
"นิ่งๆสิคะ มันต้องสอดเข้าไปลึกๆ"
"อู้ยยยยส์...เบาๆครับ...โอ้ยยยยย"
"ทนหน่อยค่ะ..."
"ผ...ผมจะไม่ไหวแล้วครับ...อู๊ยสสสสสสส..."
"อืมมม...มันแน่นจังเลยค่ะ ขอหมอโยกหน่อยนะคะ"
"ค คุณหมอ...โอ้ววววส์"
"ใกล้แล้วค่ะ จะออกแล้วค่ะ"
"สะ เสร็จยังครับ..."
"นิดนึงค่ะ จวนแล้ว"
"ผ ผมไม่ไหวแล้วนะ โอ้ยยยยย"
"ฮืบ!!!!"
"อ อะ อ๊าาาาาาาาาากกกกกกกกก..."
"ออกแล้วค่ะ"
"ซี้ดดสสส..." (เอ่อ...ถอนฟันนะครับ
)
.
.
.
. . . . . . . . . . .
วูบหนึ่งที่นึกขึ้นมานั้นทำให้ผมคิดได้ ไม่มีประโยชน์ที่เราจะทนเก็บฟันที่ผุเกินเยียวยาไว้ มันมีแต่จะทำให้เราเจ็บปวด เช่นเดียวกับที่จิตใจของเราไม่ควรเก็บเอาความเจ็บปวดที่ผ่านไปแล้วมาฝังไว้ในใจ...ไม่มีประโยชน์
"เอ้า แล้ววันนี้จะรีบไปไหนอีกล่ะไอ้หนู"
"ไปหาฟันหมอครับป้า"
"...เออ เจริญล่ะพ่อ ระวังฟันจะหมดปากเอาเน้อ"
. . . . . . . . . . .
สิ่งที่ผมปล่อยให้มันหมักหมมเรื้อรังมานาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพใจผมอยู่บ่อยครั้ง...คราวนี้ได้เวลาสะสางแล้ว
"สวัสดีค่ะ วันนี้มาทำอะไรคะ"
"...ขูดหินปูนใจครับ"
<< end
ป.ล.1 เรื่องนี้แต่งโดยได้แรงบันดาลใจจากตอนที่ไปถอนฟันจริงๆครับ ว่าจะเขียนมานานแล้วล่ะ(ตั้งแต่ต้นปี) แต่มัวหมักหมมอยู่ เชิญติชมได้ตามศรัทธาจ๊ะ
ป.ล.2 เพื่อสุขภาพฟันที่ดีควรพบทันตแพทย์ทุกๆสามเดือน...ส่วนสุขภาพแฟน แฟนใครแฟนมันนะครับ ไอ้เรื่องแบบนี้คนไม่มีแฟน ทำแทนไม่ได้จริงๆ


โอว ขูดหินปูนใจ
#1 By PsychO-Galz on 2008-03-09 20:58