ในสายตาเธอ...Episode 1(อดีต)
posted on 02 Feb 2008 16:05 by sweettoxic in ZAANstory
เรื่องซ่านชุดพิเศษรับเดือนแห่งความรัก
ในสายตาเธอ...Episode 1(อดีต)
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หญิงสาวสวยและเซ็กซี่อย่างฉันจะมีแฟน และแปลกตรงไหนคะ ถ้าฉันคิดจะมีกิ๊ก...
มันเป็นเพียงแค่คนหนึ่งในจำนวนกิ๊กชั้นปลายแถวที่ฉันไม่เคยคิดจะนับว่ามีกี่คน 'ตาทึ่ม' ฉันเรียกมันอย่างนั้น เพราะอะไรน่ะหรือ...คุณเคยเจอผู้ชายที่ขี้อายขนาดแค่เกี่ยวก้อยกันเฉยๆยังหน้าแดงบ้างไหมล่ะ บ้าหรือเปล่า ตอนนั้นก็อยู่ชั้นมัธยมปลายกันแล้วนะ เด็กประถมเค้ายังไม่อายกันเลย
ไอ้นิสัยขี้อายขึ้นสมองของ'ตาทึ่ม'นี่แหละ ที่ถูกใจสาวสวยขี้เล่นอย่างฉัน แรกๆก็แค่รู้จักในฐานะของเพื่อนร่วมห้องธรรมดาๆ อย่างที่บอกไปแหละ ฉันมีแฟนอยู่แล้ว(แฟนอยู่โรงเรียนอื่น) ถ้าหล่อกว่าแฟนฉันก็ว่าไปอย่าง แต่'ตาทึ่ม'นี่ธรรมดามากๆ รูปร่างหน้าตาไม่ต้องบรรยาย เป็นผู้ชายที่เห็นแล้วไม่มีอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น(พูดแบบรักษาน้ำใจสุดๆแล้วนะคะ) ต้องใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกว่าฉันจะจดจำมันได้
แล้วเราเริ่มเป็นกิ๊กกันได้ยังไงน่ะเหรอ... ไม่สิ ต้องพูดว่าแล้ว'ตาทึ่ม'มาเป็นกิ๊กของฉันได้ยังไงต่างหาก
ที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอีกนั่นแหละ(บอกไปแล้วไงว่าฉันสวยและเซ็กซี่) เสน่ห์ของฉันน่ะ ขนาดหนุ่มๆห้องอื่นรวมไปถึงรุ่นพี่หรือรุ่นน้องยังแย่งกันจีบจนประตูห้องเรียนไม่เคยแห้ง นับประสาอะไรกับเพื่อนร่วมห้องผู้อ่อนต่อโลกอย่าง'ตาทึ่ม'
เปล่าค่ะ ไม่ได้หลงตัวเองนะคะ แต่ฉันดูออก(คนมันมีประสบการณ์ค่ะ) ฉันว่าฉันเป็นรักแรกพบของมันเลยแหละ แม้จะแกล้งทำเป็นไม่สนใจเวลาเห็นหนุ่มๆมาจีบฉัน แม้จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งๆที่ตัวเองแอบมองฉันอยู่แหม็บๆ อย่างว่าล่ะค่ะ คนแบบนี้ทึ่มขนาดนี้ขี้อายขนาดนี้ มีหรือจะกล้าเข้ามาจีบฉันตรงๆ ก็เห็นใจอยู่หรอกค่ะ คงกลัวโดนเพื่อนในห้องแซว คงกลัวหนุ่มห้องอื่นเกลียดขี้หน้า และที่สำคัญ คงกลัวว่าฉันจะไม่เล่นด้วย... เฮ้อ คิดมากจริงๆเลยนะ'ตาทึ่ม'เอ้ย ฉันก็เลยรับเข้าเป็นกิ๊ก(ในโควต้าของเพื่อนสนิท)ด้วยความสงสาร
แต่ใช่ว่า'ตาทึ่ม'จะไม่มีข้อดีซะเลยนะคะ มันเป็นสุภาพบุรุษมาก(แม้บางคนจะดูไม่ออก) และมันก็เรียนดีพอสมควร จุดที่เด่นชัดคือความสามารถทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์แบบแปลกๆ สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้ฉันเริ่มสนใจมัน เรียกว่ามันเป็นกิ๊กแบบที่ไม่สามารถระบุประเภทได้มั้ง คือ เงียบเชียบมากๆ เท่าที่จำได้ มันไม่เคยพูดทักทายฉันก่อนเลย เวลาเจอหน้ากันสองต่อสองก็เมินใส่ฉันซะงั้น(คิดว่าเก๊กขรึมแล้วจะหล่อขึ้นหรือไงคะคุณ)
พอเห็นมันเงียบๆ ฉันก็ชอบแกล้งมันสิคะ วันไหนฉันอารมณ์ไม่ดีก็ได้'ตาทึ่ม'นี่แหละช่วยให้หายเครียด อย่างครั้งหนึ่งฉันแอบเอาสมุดการบ้านมันไปซ่อน พอถึงเวลาส่งการบ้าน รู้มั้ยคะว่า'ตาทึ่ม'มันทำยังไง...มันคงจะรู้ว่าใครเป็นคนแกล้งมัน(มีไม่กี่คนหรอกค่ะ อิอิ) มันลุกขึ้นบอกครูว่า
"ผมเก็บสมุดการบ้านไว้ในใจครับ คงมีใครมาขโมยใจผมและเอาสมุดการบ้านติดไปด้วย..." มันช่างกล้าพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพื่อนทุกคนในชั้นถึงกับฮากันแบบสะบักสะบอม เพราะไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะกล้าพูดคำเสี่ยวๆแบบนั้น ขนาดอาจารย์ยังอึ้งจนไม่กล้าถามต่อ ...หลังจากวันนั้นมันได้ฉายาจากเพื่อนๆว่า 'ไอ้ใบ้เจ้าคารม?'
นั่นล่ะค่ะ'ตาทึ่ม' เห็นมันเงียบๆนิ่งๆซึมๆแบบนั้น พอถึงบทจะจีบ มันก็จีบฉันซะหวานเลี่ยนแทบอ้วกเลยนะคะ
สมัยนั้นวัยรุ่นอย่างเรานิยมจีบกันโดยการส่งข้อความผ่านเพจเจอร์(อุปกรณ์สื่อสารที่น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วมั้งคะ) พวกผู้ชายจะชอบไปแย่งตู้โทรศัพท์กัน เพื่อโทรไปบอกข้อความกับโอปอเรเตอร์ แล้วข้อความนั้นก็จะปรากฏที่เครื่องเพจของหญิงสาวผู้เป็นเป้าหมาย
แน่นอนว่าสาวฮ๊อตอย่างฉัน เพจสั่นไม่ต่ำกว่าวันละร้อยครั้ง(นี่ขนาดมีแฟนแล้วนะคะ) ข้อความเลี่ยนๆมากมาย ฉันนั่งอ่านแล้วลบทิ้งได้อย่างเพลิดเพลินใจ
จนมาถึงข้อความหนึ่ง...
"เพจเธอสั่นฉันหวั่นไหว กลัวมีใครฉกหัวใจไปต่อหน้า..." เดาออกไหมคะว่าสำนวนใคร วันนั้นฉันปิดเครื่องทันทีหลังจากอ่านข้อความนั้นจบ ทำไปได้นะ'ตาทึ่ม'
ใครจะไปคิดว่าคนอย่าง'ตาทึ่ม'จะกล้าทำ แต่มันก็ทำไปแล้ว มันสามารถแอบจีบฉันได้โดยที่เพื่อนร่วมชั้นไม่รู้ระแคะระคาย
ในวิชาการแต่งคำประพันธ์ มันแต่งกลอนจีบฉันแบบหน้าด้านๆหลายบท(แถมยังแต่งดีจนได้ขึ้นบอร์ดประจานหน้าห้องด้วย) แม้จะใช้นามแฝงก็ตามทีเถอะ คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงยะ นามแฝงเสี่ยวๆแบบนั้น(หรือว่าตั้งใจให้รู้กันนะ)
เท่านั้นยังไม่พอ วันหนึ่งในชั่วโมงเรียนวาดเส้น(ห้องเราเรียนวิชาเอกสายศิลปะ) ซึ่งต้องนั่งกับพื้น ฉันก็นั่งชันเข่าเอนหลังพิงกำแพงวาดด้วยความเคยชิน อยู่ดีๆ'ตาทึ่ม'ก็มานั่งบังข้างหน้าฉันเฉยเลย ทั้งที่ปกติแทบไม่กล้าเข้าใกล้ฉันด้วยซ้ำ ฉันก็เลยต่อว่าโวยวายออกไป ทีแรกก็นึกว่ามันจะตกใจและหลบไป แต่'ตาทึ่ม'กลับหันมาพูดเบาๆว่า
"อ้า ปาก หวอ เชียว...ปิดหน่อยเถอะ" พร้อมกับเหลือบตาจ้องมองข้างล่าง...ฉันรู้ทันทีและรีบหุบขาลง ลืมไปว่าวันนี้ใส่กระโปรง ไม่ใช่ชุดพละ...
ที่แท้'ตาทึ่ม'ก็มานั่งบังให้ฉันเหรอเนี่ย จะเท่เกินไปหน่อยมั้ง(พ่อสุภาพบุรุษหลุดโลก)
"ขาวจริงๆ แสบตาเลยว่ะ..." มันพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไร้อารมณ์สุดๆ เห็นแล้วสินะแก...ไอ้'ตาทึ่ม' แกบังอาจทำให้ฉันเขิน
......
ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ที่ฉันเริ่มจะแอบมีใจให้กับ'ตาทึ่ม' ก็มันเล่นจีบแบบค่อยๆตอดทีละนิดนี่คะ และถ้าไม่สังเกตดีๆจะดูไม่ออกด้วย ว่าที่มันทำแบบนี้คือกำลังจีบฉันอยู่ ความสัมพันธ์แบบแปลกๆนี้ก็เลยไม่ได้คืบหน้าไปถึงไหน เต็มที่ในตอนนั้นเรามันก็แค่เพื่อน จริงอยู่ว่าฉันมีแฟนแล้ว แต่ความรักแบบวัยรุ่นมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี่นา ฉันไม่ได้แขวนป้ายที่คอว่า'มีแฟนแล้วนะยะ ห้ามแย่ง'ซะหน่อย หนุ่มๆคนอื่นเค้าก็จีบฉันแบบเต็มที่ มีแต่คนอย่าง'ตาทึ่ม'นี่แหละที่ไม่กล้าแย่งแฟนชาวบ้าน แค่จะแอบจีบฉันมันยังต้องคิดแล้วคิดอีก ฉันเองก็รออยู่นะว่าเมื่อไหร่'ตาทึ่ม'จะทำให้มันชัดเจน ถ้าเข้ามาจีบจริงจังฉันอาจจะโอเคก็ได้(อยากลองมีแฟนเห่ยๆดูบ้างเหมือนกันค่ะ) แต่มันก็มัวเงอะงะงุ่มง่ามอยู่แบบนี้ จะให้ฉันทำยังไง อะไรๆที่เค้าเรียกว่าให้ท่าฉันก็ทำไปแล้วจนแทบหมดมารยาหญิง(ร้อยเล่มเกวียน) แต่มันทึ่ม นี่มันไม่รู้เลยเหรอว่าฉันคิดยังไง ขนาดยอมไปนั่งเป็นแบบให้วาดภาพกันสองต่อสอง มันก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาวาด แถมยังอายจนหน้าแดงเวลาจ้องตากัน พอจะชวนคุย มันก็ดันตื่นเต้นจนพูดไม่รู้เรื่อง พอจะเข้าไปใกล้ชิดมันก็จะถอยหนีไปอีก เฮ้ย ตกลงแกชอบฉันหรือเปล่าวะเนี่ย เล่นตัวอย่างกับนางเอกละครไทย
กว่าเราจะได้กอดกันก็ต้องรอจนถึงเทอมที่เรียนกิจกรรมเข้าจังหวะ(ลีลาศ) จะบอกว่าฉันเองก็เขินเหมือนกันนะคะ เห็นเงียบๆนิ่งๆซึมๆแบบนั้น พอถึงบทจะเบียด มันก็เล่นซะฉันเสียวเลยค่ะ(อ๊ะๆ ห้ามคิดลึกนะ) ลีลาของ'ตาทึ่ม'พลิ้วได้แบบไม่น่าเชื่อ อย่างกับคนละคน กลายเป็นฉันซะอีกที่เอาแต่เขินจนทำอะไรไม่ถูก ไม่ว่าท่าไหนก็ติดขัดไปหมด ขาขัดกันจนเสียจังหวะ ฉันจึงต้องยอมให้'ตาทึ่ม'เป็นผู้นำ เขาสอนฉันจนเราเข้ากันได้ทุกท่า... (อ๊ะ ก็บอกว่าอย่าคิดลึกไงเล่า
)
.
.
.
เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ เรื่องระหว่างเราไม่ค่อยมีบทซึ้งให้ชื่นใจกันหรอกค่ะ บางครั้งบางคราวเราเหินห่างกันเกินกว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันซะอีก แต่บางครั้งก็ใกล้ชิดกันจนเกินกว่าคำว่ากิ๊ก ถ้อยคำหวานๆมีแค่ให้ฉันอ่านในรูปแบบของข้อความ ไม่เคยมีซักครั้งที่ถ้อยคำเหล่านั้นจะหลุดมาจากปากของมัน รู้ไหมว่าฉันอยากฝังจากปากของแกบ้าง
ผู้ชายอย่าง'ตาทึ่ม'ช่างเป็นคนที่เข้าใจยากมากถึงมากที่สุด สามปีที่เรียนและรู้ อยู่ด้วยกัน สุดท้ายแล้วฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้รู้จักเพื่อนผู้ชายคนนี้อย่างจริงๆเลย ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนถึงวันสุดท้าย เขาเป็นเหมือนความว่างเปล่าที่เข้ามาห่อหุ้มหัวใจและจากไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ฉันไม่ได้เจ็บปวดหรือเสียใจเลยในวันที่ร่ำลา
.
.
.
เกือบสิบปีแล้วมั้ง...และคงจะยิ่งนานขึ้นไปเรื่อยๆ
แม้ว่า'ตาทึ่ม'จะไม่ใช่คนสำคัญสำหรับฉันขนาดที่ว่าขาดไม่ได้ แต่พอรู้ตัวอีกที เมื่อเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองตื่นขึ้นจากความฝันดีๆที่ไม่ว่าจะนอนหลับอีกกี่ครั้งก็ไม่สามารถจะฝันต่อเนื่องเรื่องดีๆเดิมๆนั้นได้อีกแล้ว...
ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างหนอ...
สบายดีมั้ยนะ'ตาทึ่ม'
หล่อขึ้นบ้างมั้ยนะ
ที่สำคัญ...หาคนมาแทนที่ฉันได้หรือยังจ๊ะ
.
.
.
สุดท้ายก็...คิดถึงฉันได้เสมอเวลาเธอมีอารมณ์นะ'ตาทึ่ม'
จากฉันเอง(ผู้หญิงในรักครั้งแรกของแก)...บายค่ะ จุ๊บๆ.
ป.ล. อืม...ลองเขียนเพลินๆดูน่ะครับ ความทรงจำในอดีตนี่ใช้เป็นวัตถุดิบได้ไม่มีวันหมดจริงๆแฮะ คราวนี้ผมลองคิดในมุมมองของ'เธอ'ดู ก็น่าจะเป็นอีกอารมณ์หนึ่งมั้งนะ ชอบ ไม่ชอบก็แนะนำได้ครับ...ที่รัก


สุดท้ายก็ชอบไปแล้วอ่ะดี่
ทำมาเป็นเก็กสวย
ท่าทางตาทึ่มคนนี้ถึงหน้าตาจะเฉยๆ
แต่คารมณ์นี่เป็นต่อเลยนะเนี่ย 5555
#1 By YiUM ชีวิตจริงไม่เหมือนฝัน on 2008-02-02 17:28