เรื่องแค่นั้น...
posted on 01 Dec 2007 19:49 by sweettoxic in ZAANstoryคำเตือน: เรื่องซ่านนี้อาจมีคำหยาบคายฟุ่มเฟือยสำหรับบางคน โปรดใช้สัญชาตญาณในการอ่านนะครับ
02.20 น.
...ผมยืนเหงื่อแตกพลั่กอยู่ใกล้กับกองไฟเบื้องหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ผมเหงื่อแตกหาใช่ความร้อนจากกองไฟ
กลิ่นเผาไหม้ของยางรถยนต์ปนกับเนื้อมนุษย์คลุ้งไปทั่วบริเวณลานแห่งนั้น ภาพที่สะท้อนในดวงตาผมคือเรือนร่างของหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่กำลังลุกไหม้อยู่ เปลวไฟระอุค่อยๆเปลี่ยนผิวขาวใสอมชมพูของเธอให้ไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก...
.
.
.
แล้วทำไมผมต้องเหงื่อแตกด้วยวะ ในเมื่อผมไม่ได้ทำอะไรผิด
สิ่งที่ผมทำลงไป มันเริ่มต้นจากความปรารถนาดีแท้ๆ...
20.02 น.
วันนี้ช่างเป็นวันที่โชคไม่ดีเอาซะเลย รับรถออกจากอู่ตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่เพิ่งจะได้รับผู้สารเพียงหกราย แถมยังมาโดนใบสั่งเพราะจอดส่งผู้โดยสารนอกป้ายอีก เฮ้อ...ขับแท็กซี่มานับสิบปี ผมขับรถดีมีวินัยมาตลอด ก็ไม่ได้หวังจะได้โล่ห์หรือให้ใครมาชื่นชมหรอกนะ แต่แค่ผิดกฏนิดเดียวครั้งเดียว ทำไมมันเป็นเรื่องร้ายแรงจังวะ...เซ็ง
.
.
.
...เลิกดีกว่าวันนี้
20.20 น.
ระหว่างขับผ่านหน้าสถาบันการศึกษามีชื่อแห่งหนึ่ง ก็มีนักศึกษาสาวสามนางยืนโบกอยู่ริมทาง...ถ้าเป็นผู้ชายผมคงไม่รับแล้วว่ะ
...สามสาวก้าวขึ้นมาบนรถ ขาว หมวย สวย น่ารัก ผมบอกกับตัวเอง...เอาน่ะ อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่แย่จนเกินไปหรอกนะ โดยหารู้ไม่ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
(***ชื่อบุคคลในเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องหรืออ้างอิงอะไรกับบุคคลที่มีอยู่จริง )
"นี่ยัยจูน คืนนี้หล่อนจะไปไหนต่อรึป่าวยะ?"
"ไม่ล่ะ วันนี้เมนส์มา...ว่าแต่แกเถอะยัยปอย อย่าให้รู้นะว่าแกแอบไปนอนกับพี่อ๊อฟอีก"
"อีบ้า...แกมีสิทธิ์อะไรมาห้ามชั้นยะ แล้วทียัยอุ้มเมื่อวันก่อนนี้ทำไมแกไม่ว่าล่ะ"
"แหมๆๆ ก็ยัยอุ้มเค้าเป็นขาประจำนี่นา... เออ แล้วเป็นไงมั่งล่ะยัยอุ้ม?"
"จริงด้วย แกยังไม่ได้เล่าสู่กันฟังเลย... บอกมานะว่าคืนก่อนเอากันกี่ยก แล้วเมื่อวานหายไปไหนทั้งวัน"
"..."
"..."
สาวน้อยชื่ออุ้มที่นั่งเบาะหน้าอยู่ข้างผมไม่ตอบว่าอะไร แต่ยกสองมือชูแปดนิ้ว?!?
นี่เด็กสมัยนี้มันคุยเรื่องแบบนี้กันเป็นปกติเลยเหรอวะ...
แล้วนี่สาวๆ สวยๆ ใสๆ สามคนนี่โดนกันหมดแล้วเรอะ...
แล้วไอ้อ๊อฟนี่มันใครกันล่ะวะเฮ้ย...
"พูดก็พูดเถอะ...ชั้นว่าพี่อ๊อฟชอบนมว่ะ"
"...แหงสิมึง เจอกันทีไรพี่แกขอดูดนมทุกที"
"เออ แต่ชั้นชอบนะ เวลาพี่เค้าดูดนมน่ะน่ารักดี เหมือนเด็กๆเลย"
"ใช่ๆ...แต่ลีลาพี่อ๊อฟนี่สุดยอดมากๆเลยล่ะ คนอะไรไม่รู้ ขี้เหร่แต่เร้าใจ"
" แหงล่ะ ใครๆก็เรียกพี่เค้าว่า 'ผีดูดหัว' นี่นา"
(***ย้ำอีกที...ชื่อบุคคลในเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องหรืออ้างอิงอะไรกับบุคคลที่มีอยู่จริงแถวๆนี้ )
"..."
"..."
ปกติผมเป็นแท็กซี่ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีกับลูกค้า แต่พอเจอสาวๆแก๊งค์นี้...ยอมรับว่าปรับตัวไม่ถูก
น้องคนที่นั่งเบาะหน้ารู้สึกจะเงียบขรึมซึมเศร้าแบบบอกไม่ถูก ส่วนสองสาวที่นั่งข้างหลังก็มัวชวนกันคุยแต่เรื่องสยิวหู ไม่ได้สนใจอาการเพื่อนเลย
ผมได้แต่นั่งเงียบฟังพวกเธออย่างว้าวุ่นใจ
21.12 น.
รถจอดที่หอพักแห่งหนึ่ง สองสาวที่นั่งเบาะหลังก้าวลงจากลง
" ไปล่ะนะยัยอุ้ม..."
" อืม โชคดี"
" เออ...แล้วเจอกัน"
" ส่งเพื่อนหนูให้ถึงที่นะลุง..."
...
ประโยคสุดท้ายในตอนนั้นแทงใจดำผมจี๊ดๆในตอนนี้...ผมได้ส่งน้องอุ้มถึงที่แล้วจริงๆ
21.21 น.
...
...
...
ภายในรถปกคลุมด้วยความเงียบเกือบสิบนาที มีเพียงผมและเธอ
" หนูเรียนคณะอะไรเหรอจ๊ะ" ผมพยายามหาเรื่องชวนคุย
"..."
" บ้านอยู่กรุงเทพหรืออยู่ที่ไหนล่ะ"
"..."
" อ่า...ลุงเปิดเพลงดีกว่านะ อยากฟังกอล์ฟ-ไมค์หรือก๊อต-ไมค์ล่ะ"
"..."
ฝืดสนิท ดูเธอไม่มีทีท่าว่าจะสนใจอะไรเลย เห็นนั่งซึมมาตั้งแต่ตอนขึ้นรถแล้ว เพื่อนๆเค้าคุยกันเฮฮาแต่เธอก็ยังเงียบ มีเรื่องไม่สบายใจอะไรนักหนานะ
...แต่เอาเถอะ อยากเงียบก็ไม่ว่ากัน
.
.
.
22.22 น.
เหตุการณ์ธรรมดาๆที่นำไปสู่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...
เบื้องหน้าผมคือร่างไร้สติของน้องอุ้ม นอนพาดอยู่บนเบาะหลัง
ก่อนหน้านั้นยี่สิบนาที เธอบอกให้ผมส่งเธอตรงหน้าซอยแคบๆซอยหนึ่ง
"...แต่ซอยมันเปลี่ยวนะหนู ให้ลุงเข้าไปส่งดีกว่านะ" ผมแสดงความเป็นห่วงอย่างจริงใจ
"ไม่เป็นไรค่ะ ซอยมันแคบ กลับรถลำบาก..." ในที่สุดก็ได้ยินเธอพูดจนได้ แต่น้ำเสียงก็แผงด้วยความซึมเศร้าบางอย่างและมีสีหน้าหวาดระแวง
...เออ ตามใจ ไหนๆก็ได้เงินมาแล้วนี่
เธอเดินหายเข้าไปในซอยเปลี่ยว ผมสำรวจความเรียบร้อยก่อนออกรถ
...
ผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งตกอยู่ตรงที่วางเท้าเบาะหน้า...ของเธอ?
ผมรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เปิดประตูรถ และวิ่งตามเธอเข้าไปในซอยเปลี่ยว...สาบาน ผมทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ซอยนั้นแคบ ลึกและมืด จัดเป็นซอยเปลี่ยวที่น่ากลัวซอยหนึ่ง
หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาจากข้างหลัง พร้อมเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอ
เธอวิ่ง ผมวิ่ง
ผมวิ่ง เธอวิ่ง
...ใส่ส้นสูงมันจะไปวิ่งถนัดได้อย่างไร ผมตามมาจนถึงระยะที่มองเห็นหน้ากันได้
เธอหันกลับมามองด้วยสีหน้าตื่นกลัว เมื่อเห็นว่าเป็นผมเธอกลับตะโกนใส่หน้าผมว่า...
"ไอ้เหี้ย มึงตามกูมาทำไม"
...
คำพูดนั้นทำเอาผมฉุนกึก แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้อธิบายอะไร ส้นสูงของเธอก็พลิกในขณะวิ่งถอยหลัง เธอล้มหัวพาดกับเสาไฟฟ้าริมทาง
.
.
.
ผมควรจะจัดการยังไงกับร่างไร้สติตรงเบาะหลัง
แน่ละ ในฐานะพลเมืองดี ผมต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาล
แต่ขณะเดียวกันผมก็รู้สึกโกรธ ผมแค่เอาผ้าเช็ดไปคืน ทำไมต้องโดนด่าเป็นไอ้เหี้ยด้วยวะ...แม่งเอ้ย
อาจเพราะว่าอารมณ์โกรธทำให้ผมเริ่มคิดอคติกับเธอ
หรืออาจเพราะว่าเสื้อตัวบางๆนั้น...ปลดกระดุมออกสองเม็ดก็เห็นหน้าอกแล้ว
หรืออาจเพราะว่ากระโปรงสั้นเลยเข่านั้น...ถลกขึ้นไปนิดหน่อยก็เห็นเนินเนื้อนุ่มนวลแล้ว
หรืออาจเพราะว่าความเก็บกดบวกกับความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
... ไม่ว่ามันจะเป็นเหตุผลอะไร ผมก็ไม่อาจยับยั้งจิตใจตัวเองในตอนนั้นได้...
.
.
.
01.01 น.
ผมออกมายืนสูบบุหรี่นอกรถ คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมา... ผมทำลงไปได้ยังไงวะ
ร่างเปลือยของสาวน้อยนอนแผ่อยู่ในรถ ทั่วร่างเต็มไปด้วยร่องรอยของการปลดปล่อยราคะ...เป็นสามชั่วโมงที่ผมระบายอารมณ์ลงบนเรือนร่างของเธออย่างหื่นกระหายราวกับสัตว์ป่า จนกระทั่งหมดสิ้นด้วยความโกรธความอยากและความคึกคะนอง
...
แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับตอนที่ผมได้สติ...
ขณะที่ผมกำลังจัดการใส่เสื้อผ้าคืนให้เธอ ผมก็เพิ่งจะเริ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติ ร่างกายเธอมันเกร็ง ผิวหน้าซีด ชีพจรหยุดเต้น คุณพระช่วย!!!... เธอไม่หายใจแล้ว!?!
จะตั้งแต่ตอนที่ล้มหัวฟาดเสาไฟ หรือขาดใจตายระหว่างถูกผมกระทำก็ตามที
...เธอตายแล้ว
...
ผมทำลงไปได้ยังไงวะ
01.10 น.
อย่ามัวคิดคร่ำครวญให้เสียเวลา มาถึงขั้นนี้ผมคงต้องจัดการต่อให้เรื่องนี้มันจบ
ผมขับรถพาร่างไร้สติที่ตอนนี้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณของน้องอุ้มออกนอกเมือง ตั้งใจจะหาที่เหมาะๆสำหรับจัดการเธอ
02.02 น.
งานเผานั่งยางถูกจัดขึ้นที่ลานกำจัดขยะนอกเมือง
ผมอยากขอโทษเธอกับสิ่งที่ผมได้กระทำลงไป...และขอยืนยันว่าผมบริสุทธิ์ใจ
ผมอยากขอโทษเธอกับสิ่งที่ผมได้กระทำลงไป...และขอยืนยันว่าผมบริสุทธิ์ใจ
ผมอยากขอโทษเธอกับสิ่งที่ผมได้กระทำลงไป...และขอยืนยันว่าผมบริสุทธิ์ใจ
ผมอยากขอโทษเธอกับสิ่งที่ผมได้กระทำลงไป...
...และขอยืนยันว่า...
...ผมบริสุทธิ์ใจ
.
.
.
ผมหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนโยนเข้ากองไฟ...เจตนาเริ่มต้น ผมแค่อยากจะคืนมันให้เธอ
เรื่องมันก็แค่นั้นเอง...
.
.
.
หากผมไม่เจออะไรบางอย่าง ในกระเป๋าของเธอ
02.20 น.
...ผมยืนเหงื่อแตกพลั่กอยู่ใกล้กับกองไฟเบื้องหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ผมเหงื่อแตกหาใช่ความร้อนจากกองไฟ
.
.
.
ก่อนหน้าที่จะกลับ ผมเช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง พบกระเป๋าถือของเธอ
ของมีค่าในนั้นผมไม่ต้องการเลยสักนิด ผมโยนมันเข้ากองไฟทีละชิ้นเพื่ออุทิศแด่เธอ แต่แล้ว ผมกลับสะดุดใจกับเศษกระดาษใบหนึ่งที่ถูกขยำทิ้งไว้ในกระเป๋า
...เป็นใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
"ผลการตรวจเลือดระบุว่าคุณ... ...มีเลือดบวก..."
.
.
.
แม่งเอ้ย...ทีนี้รู้หรือยังครับ ว่าอะไรที่ทำให้ผมเหงื่อตก.
>> sweettoxic 1/12/2007 <<

<<เมนต์แค่นี้นะ - -"

พี่ซ่านแต่งเก่งจังค่ะ เหมือนเคยมีประสบการณ์เลยเนอะ อิอิ
ตั้งแต่เธอไม่คุยกะลุงในรถ
มันน่าเอะใจนิดส์แล้วล่ะค่ะ
#1 By [ i ]Rin on 2007-12-01 20:34