คนดีตัวสุดท้าย
posted on 20 May 2007 00:41 by sweettoxic in ZAANstoryนานมาแล้วพวกคุณหลายคนคงยังจำกันได้ ครั้งหนึ่งพวกคุณเคยใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับคนดี ตอนนั้นคนดีในสังคมยังมีอยู่พอประมาณ พวกเขานิยมเลี้ยงชีพด้วยความพอเพียงอยู่ภายใต้การปกครองของคนเลว คนดีอยู่อย่างสงบไม่เคยก่อปัญหาหรือความเดือดร้อนใดๆพวกเขาอยู่ในสังคมได้ไม่น่าเป็นห่วงแม้จะอยู่ในฐานะของชนกลุ่มน้อย ทว่าเมื่อประมาณเกือบยี่สิบปีก่อนไม่มีใครคาดคิดว่าคนดีจะสูญพันธุ์ไปจากโลกอย่างรวดเร็ว สาเหตุหนึ่งเกิดจาก 'มิวเทชั่น' หรือการกลายพันธุ์ อย่างที่ทราบกันว่าคนดีใช้ชีวิตในโลกนี้มาเป็นเวลาเนิ่นนาน ก่อนที่จะมีคนเลวคนแรกของโลกถือกำเนิดขึ้นด้วยกระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์พันธุกรรมที่เรียกว่า 'ชิงหมาเกิด' (ปัจจุบันมนุษย์ทุกคนกำเนิดด้วยวิธีการดังกล่าว) เมื่อปริมาณคนเลวเพิ่มขึ้นเรื่อย พื้นที่สำหรับคนดีก็ถูกรุกราน เมื่อต้องใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างใกล้ชิดคนดีพบเจอเรื่องเลวๆมากขึ้น อีกทั้งสิ่งยั่วยุมากมายความเลวมันเย้ายวนใจ คนดีเริ่มเรียนรู้และก็เริ่มมีวิวัฒนาการแบบ ดีลงดีลง ขณะที่คนเลวหาได้ซึมซับความดีไม่ เลยกลายเป็นว่ามีคนเลวเพิ่มมากขึ้นมากขึ้น จนในที่สุดคนดีก็สูญพันธุ์ไปจากโลกเมื่อประมาณยี่สิบปีก่อน ไม่มีใครสนใจปัญหานี้ การไม่มีอยู่ของคนดีถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของโลก 'เลวโวลูชั่น' ยุคที่คนเลวครองโลก สิ่งที่พวกเราใฝ่ฝันได้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิดเอาไว้ ไม่มีการบังคับให้นับถือศาสนา ไม่มีจารีตประเพณีให้ต้องใส่ใจ กฎแห่งศีลธรรมได้ถูกทำลายลง มนุษย์ทุกคนดำรงอยู่ด้วยความอยาก อยากทำได้ทำ อยากเอาได้เอา อยากมีได้มี นี่แหละโลกในฝัน ความทะเยอทะยานและความไม่รู้จักพอเพียงนี่แหละคือปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้มนุษยชาติเจริญก้าวไกล...หาใช่การหยุดนิ่งพึงพอใจแค่สิ่งที่มี นี่แหละ...เลวโวลูชั่น?
...เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อมีรายงานข่าวว่ามีผู้พบเห็นบุคคลต้องสงสัยที่มีบุคลิกนิสัยคล้ายจะเป็นคนดีปรากฏตัวขึ้นมาในโลก นี่กลายเป็นข่าวใหญ่ที่หน่วยงานป้องกันและปราบปรามการสุจริตแห่งชาติเปิดเผยต่อสื่อมวลชน บุรุษต้องห้ามคนนั้นคือคนดีที่เกิดขึ้นจากการผ่าเหล่าทางพันธุกรรมที่เรียกว่าการมี อภิชาติบุตร ถือเป็นเรื่องโชคร้าย มีโอกาสเพียงหนึ่งในร้อยล้านที่จะเกิดขึ้น ปกติเด็กที่เกิดมามีนิสัยดีเกินกำหนดจะถูกส่งเข้าโรงเรียนดัดสันดานทั้งหมดเพื่อให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะเป็นคนเลว และออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข หากแต่เด็กหนุ่มคนนี้ได้หลบหนีออกมาจากสถานกักกัน พร้อมด้วยความมุ่งมั่นของเขาที่คิดจะเปลี่ยนแปลงสังคมโลก...
การประชุมลับ(ที่ถูกแอบนำมาเปิดเผย)ของหน่วยงานรักษาความมั่นคงมั่งคั่งแห่งประเทศชาติ...
"ฆ่ามันซะเลย ตัดปัญหาความวุ่นวาย..."
"แรงไปมั้ง เค้ายังเด็กอยู่นะ..."
"ใช่...เราควรให้โอกาสเขากลับตัวกลับใจ เขาอาจจะกลายมาเป็นคนเลวกำลังสำคัญของประเทศก็ได้ ผมก็เคยเป็นคนดีมาก่อนผมรู้ดี..."
"จริงอย่างที่ท่านนายกว่า...ให้โอกาสเขากลับตัวกลับใจดีกว่า..."
"แล้วเราจะใช้วิธีไหนเกลี้ยกล่อมเขาหล่ะ อย่าลืมว่าไอ้หมอนี่มันดื้อมากนะ..."
"...ผมว่าเราปล่อยให้มันใช้ชีวิตอยู่ในสังคมนั่นแหละ ปล่อยให้สังคมเป็นตัวเปลี่ยนแปลงนิสัย เชื่อเหอะ ไม่มีคนดีอยู่รอดในสภาพสังคมเน่าเฟอะแบบนี้หรอก...ยิ่งหมอนั่นยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นอยู่เลย อยู่ในโลกแบบนี้ไม่นานก็ใจแตกแน่..."
"อืม...มันก็จริงนะ งั้นก็ตกลงตามนั้น ปล่อยมันไป..."
"วะ...แล้วจะเสียเวลามาประชุมทำหอกอะไรฟะเนี่ย เซ็งว้อย...ไปนวดดีกว่า..."
"อ้าวเห้ จะไปนวดหรือท่าน ไม่ชวนกันเลยนะ..."
"เออ งั้นก็ไปกันหมดนี่แหละ รมต.อย่างเราเที่ยวฟรีอยู่แล้วนี่"
...................
ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทาง...วินมอเตอร์ไซด์ที่ไม่มีใบขับขี่สองคนนั่งถกเถียงกันอยู่หน้าจอทีวี...
"ทั้งปี กูละเบื่อพวก รมต. นี่ชิบหายเลย แม่งเอะอะอะไรก็ไปนวดๆ..."
"มึงก็เลยอยากเป็น รมต. กะเค้าบ้างใช่มะ..."
"เออสิวะ...แต่กูคงต้องเลวให้มากกว่านี้ว่ะ ตอนนี้กูเลวได้แค่ระดับ อบต.เองว่ะ"
เด็กหนุ่มหน้าตาท่าทางสุภาพเรียบร้อยเดินเข้ามาในร้าน...
"ป้าครับ...ขอก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใสชามหนึ่งครับ..." เขาสั่งก๋วยเตี๋ยวโดยมีสายตาของวินมอเตอร์ไซด์ที่ไม่มีใบขับขี่สองคนนั่งจับจ้องอยู่
"เฮ้ยไอ้น้อง...ทีหลังสั่งก๋วยเตี๋ยวไม่ต้องพูดเรียบร้อยขนาดนั้นก็ได้...ไอ้แป๊ะมึงสั่งให้มันดูซิ..."
"แฮะๆได้เลย... ป้า เล็กน้ำ เนื้อไม่งอก ไม่เอาหางหนู ไม่ใส่แมงสาบ ไม่รับจิ้งจก..."
"ไอ้เวรพวกนี้นี่ เดี๋ยวแม่ราดด้วยน้ำซุปซะเลยนี่..." ป้าเจ้าของร้านโวยวายใส่วินมอเตอร์ไซด์ที่ไม่มีใบขับขี่สองคน...เล่นเอากระเจิงไปคนละทาง
"นี่จ๊ะ...เส้นเล็กแห้งตามสั่ง...ขอเก็บตังค์เลยนะ ห้าสิบบาทจ๊ะ" หาใช่ว่าป้างก แต่คนกินแล้วหนีมีอยู่มากมาย การชิงเก็บเงินแบบ เงินมาของไป ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าสมัยนี้พึงกระทำ
"...ขอบคุณครับ...แต่ผมสั่งเส้นเล็กน้ำนะครับ..."
"อ้าว...ตายจริงป้าลืม...ขอโทษด้วยจริงๆจ๊ะ..." ป้าก๋วยเตี๋ยวลุกลี้ลุกลนเดินไปตักน้ำซุปใส่ถ้วยอีกใบหนึ่งมา...
"เอ้านี่จ๊ะ...น้ำซุป ยี่สิบบาทจ๊ะ..." รู้ไว้ซะว่าการขายเส้นกับน้ำแยกกันนี่ก็เป็นกลยุทธการเพิ่มมูลค่าที่ป้าได้เรียนรู้มาจากหนังสือ เลวแล้วรวย ของนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่ง นักธุรกิจชื่อดังคนนั้นคือพ่อของผม...ผมคือเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ในร้านป้า...ผมคือคนดีที่หลบหนีออกมา...ผมชื่อเลวเลิศครับ
ย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน...
"ขอโทษที่รบกวนเวลานะคะ แต่ทางเรามีเรื่องจำเป็นที่จะต้องเชิญผู้ปกครองของเด็กชายเลวเลิศมาพบ..." คุณครูประจำชั้นป.4/1 กล่าวกับพ่อผม
"รีบว่ามาเถอะครับ ลูกผมทำอะไรผิด..." พ่อผมถามแล้วหันมาจ้องหน้าผมเขม็ง
"เด็กชายเลวเลิศเรียนดีค่ะ แต่ผลการทดสอบE.Q.(Evil Quality) ระบุว่าเขามีจิตใจใฝ่ศีลธรรมมากเกินกว่าที่มาตรฐานของรัฐกำหนดไว้ เขาไม่ลอกข้อสอบใครและไม่ยอมให้เพื่อนลอกทั้งที่ครูเปิดโอกาสให้ เขาเข้าไปห้ามเมื่อเพื่อนนักเรียนกำลังแอบถ่ายใต้กระโปรงครูสาว ทั้งที่ครูเปิดโอกาสให้ เขาเข้าไปยุ่งเมื่อเพื่อนนักเรียนหญิงสองคนตบตีกันเพื่อแย่งกันไปนอนกับครูพละ และการกระทำอีกมากมายที่ทางเราเห็นว่าไม่สมควร...ลูกคุณดีเกินไปค่ะ ขอโทษที่ทางเราไม่สามารถอบรมเขาให้เป็นคนเลวของสังคมได้..."
หลังจากวันนั้นผมโดนพ่อลงโทษโดยการขังไว้ในห้อง แม่ริบเอาซีดีและหนังสือธรรมะที่ผมแอบซ่อนไว้ใต้เตียงไปเผาด้วยเหตุผลที่ว่าอ่านมากจะทำให้กลายเป็นคนดี พ่อบอกผมว่าสังคมสมัยนี้น่ะไม่ต้องการคนดีหรอก เราจะทำความดีให้กันก็ต่อเมื่อมีเรื่องของผลประโยชน์และสิ่งตอบแทนเท่านั้น คนที่ดีเกินไปมีแต่จะถูกสังคมรังแก ไปที่ไหนก็ใช้ชีวิตลำบากโดนเอาเปรียบอยู่ร่ำไป... ผมถูกส่งเข้าโรงเรียนดัดสันดาน
โรงเรียนดัดสันดาน สถานที่ควบคุมและอบรมความประพฤติเด็กดีที่พ่อแม่สอนไม่จำ เป็นหนึ่งในหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาพิการ ดำเนินงานภายใต้นโยบาย สรรสร้างคนพาล ล้างผลาญคนดี เพื่อเกียรติศักดิ์ศรีและอำนาจเงินตรา โดยมุ่งเน้นหลักสูตรการเรียนการสอนอันเข้มข้น ให้นักเรียนเลือกเลวได้หลายสาขาวิชา ตัวอย่างเช่น สาขาแพศยาศาสตร์ที่เหมาะสำหรับนักเรียนหญิงผู้อ่อนต่อโลก หลักสูตรนี้จะทำให้คุณหนูทั้งหลายใจแตกภายในเทอมเดียว ด้วยการสอนมารยาหญิงพร้อมฝึกปฏิบัติการมีเซ็กส์ตั้งแต่เบสิคถึงขั้นแอดวานส์ จบออกมามีงานสบายรายได้ดีรองรับ หรือถ้าใครจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็ไม่เกี่ยง สาขาโจรกรรมศาสตร์ เหมาะสำหรับเด็กเรียนดีแต่ไร้ทุนทรัพย์ ทางโรงเรียนไม่มีทุนการศึกษาให้ แต่มีช่องทางหาทุนด้วยวิธีการง่ายๆมาแนะนำ สาขายาเสพติดวิทยา สาขานี้ชื่อก็บอกตรงๆอยู่แล้วว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร นักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ภาคทฤษฎีการผลิตยาไปจนถึงภาคปฎิบัติการลองยาทุกชนิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นที่ขาดที่พึ่งทางใจหรือกำลังค้นหาตัวเอง นอกจากที่กล่าวแล้วก็ยังมีอีกหลายหลักสูตรดัดสันดานที่คิดค้นพัฒนาขึ้นมาสร้างเยาวชนของชาติให้เป็นคนเลวที่มีศักยภาพทัดเทียมนานาประเทศ ทุกหลักสูตรสอนโดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและเปี่ยมประสบการณ์ในสายงาน .
ผมกับเพื่อนคนหนึ่งเลือกเรียนสายศิลปะเอกอนาจารศิลป์ไม่ถึงปีครึ่งเพื่อนผมก็ตาย มันติดเอดส์เพราะแอบไปเอากับนางแบบนู้ด แล้วผมก็รีบรีไทร์ตัวเองออกมาก่อนจะถลำลึก... เมื่อพ่อทราบเรื่องก็ส่งผมเข้าสถานกักกันคนดี เป็นการทำโทษกันครั้งสุดท้ายในฐานะพ่อกับลูก เขาตัดผมออกจากกองมรดก เขาคงกลัวว่าผมจะนำทรัพย์สินเงินทองของเขาไปแจกจ่ายคนยากคนจนหมดละมั้ง(ผมก็คิดจะทำอย่างนั้นจริงๆแหละ) อย่าให้บอกเลยว่าผมเจออะไรมามั่งในสถานกักกัน มันเลวร้ายมากสำหรับคนดีอย่างผม ผมหลบหนีออกมาพร้อมกับมรดกก้อนสุดท้ายเงินหนึ่งร้อยบาท...เหลือสามสิบเมื่อหักค่าก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้...อ้อ มีหักค่าน้ำแข็งเปล่าอีกห้าบาท ผมเหลือเงินยี่สิบห้าบาทครับ แล้วแค่นี้จะอยู่ในสังคมที่เงินคือพระเจ้าต่อไปได้อย่างไร... ผมต้องหาเงิน การหาเงินในสังคมสมัยนี้มีให้เลือกหลากหลายวิธีทั้งแบบทุจริตเช่น จี้ ปล้น ล่อลวง ข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ หรือจะหาเงินด้วยสัมมาอาชีพเช่น ขายตัว ค้ายา เดินโพย โชว์วิว และอีกสารพัดอาชีพที่เกิดขึ้นเมื่อปราศจากกฎแห่งศีลธรรม (สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดตามอ่านได้ในหนังสือ เลวแล้วรวย)
แล้วคนดีอย่างผมจะมีงานดีๆอะไรให้ทำบ้างล่ะครับ จะไปเป็นตำรวจก็รับส่วยไม่เป็น จะรับราชการก็ไม่มีเส้นสาย จะทำงานบริษัทเอกชนก็ใช้ลิ้นไม่เก่ง เสียงก็ไม่ดีพอจะเป็นนักร้อง หน้าก็ไม่หล่อพอจะเป็นดารา จู๋ไม่ใหญ่พอจะเล่นหนังเอวี ความสามารถเพียงอย่างเดียวที่มีก็คือการทำความดี คงจะจริงอย่าที่พ่อผมเคยสอนไว้ สังคมสมัยนี้น่ะไม่ต้องการคนดีหรอก ผมคงเกิดผิดยุคจริง ถ้าเป็นยุคก่อนในสมัยที่คนยังนับถือศาสนา ผมคงไม่ลังเลที่จะบวชเป็นพระ แต่ว่านับตั้งแต่เกิดการยกเลิกการนับถือศาสนา บรรดานักบวชของศาสนาต่างๆก็เริ่มปรับตัวให้อยู่รอดในสังคม บ้างเปลื้องจีวรแต่งตัวหล่อออกเที่ยวกลางคืน บ้างนัดแนะสีกาให้ไปสอนวิชาโลกีย์ถึงในกุฏิ จนปัจจุบันเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งปกติไปแล้ว เมื่อไม่มีศาสนา นักบวชก็เป็นเพียงอาชีพอย่างหนึ่งในสังคม พวกเขาหันมาเลี้ยงชีพด้วยการใบ้หวย(หรือรับแทงซะเอง) ปรึกษาปัญหาทางจิตวิญญาณ ออกเรี่ยรายเงิน เร่ขายวัตถุมงคลและอวมงคล หรือเที่ยวไล่ผีตีหม้อไปตามเรื่องตามราว วัดในปัจจุบันจึงเป็นเพียงที่อยู่ของ ผีผ้าเหลือง (คล้ายๆผีตองเหลือง) หากินกับความงมงายของสังคม ความคิดอยากจะบวชของผมจึงไม่เกิดขึ้น...แล้วผมจะทำยังไง?
ผมเริ่มท้อเมื่อเห็นความเป็นไปในสังคมอย่างแท้จริง สังคมที่วัตถุเจริญไปไกลทว่าจิตใจคนกลับเสื่อมถอย ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมโลก แลดูจะหนักเกินกว่าที่ผมจะแบกรับไว้คนเดียว แต่ผมก็ไม่สามารถยอมรับสังคมแบบนี้ได้ ผมต้องทำอะไรซักอย่างแม้มันอาจจะสายเกินไป...
...ผมเริ่มต้นพิมพ์บนหัวกระดาษ...คนดีตัวสุดท้าย...
...กว่าที่พวกคุณจะได้อ่านเรื่องนี้ ผมคงกลายพันธุ์ไปแล้ว...
ด้วยใจที่เชื่อมั่นในความดี


#1 By sweettoxic on 2007-05-20 01:01