>>>กาลครั้งหนึ่ง
ยังมีเรือน้อยลำหนึ่ง ลอยลำอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรเวิ้งว้างกว้างใหญ่
ในเรือน้อยลำนั้นมีคนอยู่ห้าคนประกอบด้วยพระหนุ่มจิตใจงาม นักโทษแหกคุกบ้ากาม เด็กอนุบาล ตลกค่าเฟ่ และคนบ้า...
ทั้งห้าคนอาศัยอยู่ในเรือลำนี้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย จะมีกระทบกระทั่งกันบ้างในบางครั้ง
โดยเฉพาะนักโทษแหกคุกที่มักทำเรื่องเลวๆจนมีเรื่องกับพระหนุ่มบ่อยๆ
ส่วนตัวตลกก็มักจะเล่นและหยอกล้ออยู่กับเด็กอนุบาล มีเพียงคนบ้าเท่านั้นที่มักจะขลุกอยู่คนเดียวไม่สนใจใคร
เรือลำนี้ล่องลอยไปตามกระแสคลื่นลม ทั้งห้าคนต่างเฝ้ารอวันที่เรือจะถึงฝั่ง
แต่ละคนคิดหวังไปต่างๆนานา ถึงสิ่งที่จะรอพวกเขาอยู่บนฝั่ง
>>>เรือน้อยลอยตามแรงลมไปเอื่อยๆ
จนอยู่มาวันหนึ่งตัวตลกก็ร้องลั่นอย่างดีใจเมื่อมองเห็นเกาะเล็กๆ อยู่เบื้องหน้า
นักโทษแหกคุกรีบนำเรือเข้าฝั่ง ทุกคนต่างดีใจกระโดดโลดเต้น
เด็กน้อยลงไปวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน คนบ้าลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนหาดทรายสีขาวอย่างมีความสุข
บนเกาะนั้นยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งอาศัยอยู่เดียวดาย
เมื่อเห็นมีผู้มาเยือนเธอก็ดีใจยินดีต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรี
เธอบอกว่าเธออยู่ที่เกาะนี้มาตั้งแต่เด็กอยู่คนเดียวมาตลอด เธอเหงา รอคอยที่จะเจอเรือสักลำมารับเธอ
พระหนุ่มอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ นักโทษอยากได้เธอเป็นเมีย ตัวตลกก็หลงเสน่ห์สาวงาม
เด็กน้อยก็ดีใจที่มีเพื่อนใหม่ แม้แต่คนบ้ายังหลงใหลในรอยยิ้มอบอุ่นของเธอ
ทุกคนต่างยินดีรับเธอร่วมทางไปด้วย
เรือน้อยลำเดิมที่เคยเงียบเหงากลับมีความสดใสขึ้นเมื่อมีหญิงสาวมาร่วมทาง
เธอมีน้ำใจและเอาใจใส่ทุกคน เธอชอบมานั่งสมาธิและศึกษาธรรมะกับพระหนุ่ม
เธอชอบคุยกับตัวตลกและชมว่าชอบมุขนั้นมุขนี้ขำดี เธอดูแลเด็กชายจอมเอาแต่ใจเหมือนเป็นลูกของเธอ
เธอยอมให้นักโทษลวนลาม และเธอเป็นคนเดียวที่รับฟังความฝันของคนบ้าและพูดคุยด้วยอย่างร่าเริง
ทุกคนบนเรือต่างรักเธอและเธอเองก็รักทุกคน...
>>>เรือน้อยยังคงลอยเอื่อยตามลม เนิ่นนานผ่านกาลเวลา ฝั่งฝันนั้นยังแสนไกลนัก
หญิงสาวคนเดิมที่แสนดีเริ่มแปรเปลี่ยน เธอเบื่อที่ต้องอยู่บนเรือแคบๆ
เธอเซ็งที่เรือแล่นช้าไม่ถึงฝั่งเสียที เธอเบื่อพระหนุ่มที่ทำตัวจืดชืดไร้อารมณ์เธอไม่อยากฟังเรื่องราวธรรมะ
เธอเบื่อมุขควายๆที่ตัวตลกเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก เธอขี้เกียจที่ต้องคอยดูแลเด็กชายเอาแต่ใจ
เธอเบื่อที่จะฟังความฝันไร้สาระของคนบ้า และเธอสุดจะทนกับความเลวของนักโทษแหกคุก
เธอเซ็งและเบื่อทุกอย่างบนเรือน้อยลำนี้
จนในที่สุดวันหนึ่ง มีเรือสำราญลำใหญ่วิ่งผ่านมา
เธอไม่รอช้า รีบเก็บเสื้อผ้าตามเศรษฐีหนุ่มรูปหล่อขึ้นเรือสำราญทันที
ไม่มีการบอกลา เรือสำราญพาเธอแล่นลิ่วหายลับไปในเส้นขอบฟ้า
เด็กชายร้องไห้น้ำตาไหลพราก แม้แต่ตัวตลกกับคนบ้าก็ยังร้องฟูมฟาย
นักโทษแหกคุกได้แต่สาปแช่งก่นด่าสารพัด มีเพียงพระหนุ่มที่คอยปลอบประโลมคนอื่นๆให้ปลงทั้งที่ในใจตัวเองก็เจ็บปวด...
>>>วันเวลาผ่านไปช่วยรักษาแผลในใจ เรือน้อยลำเดิมยังคงลอยเอื่อยเช่นเดิม
ฝั่งฝันนั้นก็ยังอีกแสนไกล จากวันนั้นเรือน้อยลำนี้ไม่เคยจอดรับใครคนไหนอีกเลย
บทเรียนครั้งนั้นสอนให้คนบนเรือเข้าใจและรู้จักกันและกันมากขึ้น
พวกเขาเรียนรู้ที่จะรอ หากมีใครที่พร้อมจะยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา
และยินดีร่วมเดินทางไปสู่จุดหมายแสนไกลที่ยังมองไม่เห็น
ถ้าคุณพร้อม พวกเขาก็ยินดีต้อนรับ...ไปด้วยกันอีกสักครั้ง...
>>....เรือลำนั้นคือตัวฉัน....(ตอนนี้ใกล้อับปางอยู่แถวๆปากอ่าวไทย...เว้ย)


คนเราต้องรู้จักรอ
#1 By ~aBlueSapphirE~ on 2007-04-27 17:16