บ้าเอ๊ย

posted on 03 Apr 2007 17:17 by sweettoxic  in ZAANstory

 

"กลับมาเหนื่อยๆ พักผ่อนก่อนนะลูก" แม่เอ่ยทักทายลูกชายที่เดินฝ่าเปลวแดดมาถึงลานหน้าบ้าน
"ถึงแม่ไม่บอก ผมก็พักอยู่แล้วล่ะน่า" ผมเดินเข้าห้องตัวเอง ทิ้งกระเป๋าสะพายไว้ที่มุมห้องอย่างไม่ใส่ใจนัก
โซเซไปที่เตียง แล้วเอนกายลงอย่างเหนื่อยล้า ร้อนจังเว้ย
"แม่เปิดแอร์ให้หน่อย" ผมพูดอย่างเกียจคร้าน
"แอร์เอออะไรกัน บ้านเรามีแอร์ที่ไหน นี่แกร้อนจนเพี้ยนไปแล้วรึ" เสียงแม่ดังออกมาจากหลังบ้าน
"เออ จริงด้วยว่ะ บ้านเรามันไม่มีแอร์นี่หว่า ไม่ได้กลับมาตั้งนาน ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย"
ผมนอนแช่เหงื่อท่วมอยู่บนเตียง ความร้อนทวีขึ้น แต่ความเกียจคร้านมีมากกว่า ผมนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น
"แกร๊ก..." พัดลมที่ตั้งอยู่ตรงปลายเตียงเริ่มทำงาน มันส่ายหน้าให้คนเกียจคร้านระดับโลกอย่างผม
"ใจคอแกจะนอนเหงื่อท่วมอยู่อย่างงี้เรอะ ไอ้ลูกเวร" แม่เริ่มบ่น เมื่อต้องเดินมาเปิดพัดลมให้ผม
"ก็แม่บอกให้ผมพักผ่อนนี่"
"เวร แค่จะลุกมาเปิดพัดลมเอง มันจะเสียพลังงานกี่กิโลคอเรตเตอรอลกัน..."
"...แม่ หน่วยพลังงานน่ะ เขานับเป็นกิโลแคลอรี่...ไม่ใช่คอเรตเตอรอล..."
"เออๆ มันจะคอเรตเตอรอลหรือแคลอรี่บาบา ก็ช่างมันเหอะ แต่มึงยังขี้เกียจไม่เปลี่ยนเลยนะ..."
"แคลอรี่ บลาบลา นั่นมันนักร้องแล้วแม่..."
"ช่างมันสิ ช่างมึงด้วย...ไอ้ลูกเวร..." แม่เดินออกจากห้องผมไป แต่ยังบ่นไม่หยุดต้องอย่างนี้สิน่าแม่ผม
เฮ้อ...เหลือเกิน แค่เหนื่อยจากการเดินทางก็แย่แล้ว นี่ยังมาเจอบ่นอีก...หลับเถอะ เป็นทางออกที่ขี้เกียจที่สุด

............................


"นอนกลางวันอีกแล้วเหรอ ไอ้กุ้งแห้ง..." อะไรฟะเสียงนี้มันคุ้นๆ
"เฮ้...ตื่นดิ...ตื่น...เอ๋...รึว่าตายแล้วหว่า...ไหนดูดิ๊...ตายยังเอ่ย..." อะไรบางอย่างปัดไปปัดมาบนหน้าผม
"อือ...อย่ากวนได้ไหม คนจะนอน" ผมบิดหน้าหนี แต่ยังมีอะไรมาแหย่หูแหย่จมูก ปัดโธ่...
"ฮ้าดเช่ย!!!..." ผมตื่นจนได้ ใครบังอาจมาปลุกตูวะ หือ...น นี่มัน...อะไร...

การ์ดใบเล็กๆแปะอยู่บนหน้าผม ใครเล่นพิเรนทร์แบบนี้วะ ผมกวาดตามองไปทั่วห้อง
ไม่เห็นจะมีใครเลยแล้วการ์ดใบนี้ มาอยู่นี่ได้ไง มันน่าจะอยู่ในกล่องไม่ใช่เรอะ ก็ผมเก็บไว้ในกล่องนั่น...

"โอ้...ตื่นเองได้แล้วรึ ลูกชายชั้น" แม่ทำหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นผมตื่นเอง? บ้าน่า
"แม่...เมื่อก็มีใครเข้ามาในห้องผมหรือเปล่า?"
"ฮึ...ใครจะอยากเข้ามามิทราบ..."
"จริงเหรอ?..."
"อ้าว นี่ไม่เชื่อแม่เหรอ แล้วแกจะถามทำไม..."
"เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก"
"ไม่มีอะไรก็ดี ไปอาบน้ำซะ จะได้สดชื่น..." แม่พูดแล้วเดินบ่นออกไปตามเคย


หึ...เจอแบบนี้ผมคงสดชื่นไม่ออกหรอก ผมลุกเดินไปเปิดตู้เก็บของ หยิบกล่องเหล็กใบนั้นออกมา
ผมเรียกเจ้ากล่องนี้ว่า กล่องความทรงจำ สิ่งของที่อยู่ภายในกล่องนั้น จะเรียกว่าเป็นของสะสมก็ว่าได้
การ์ดอวยพรปีใหม่ การ์ดพลังดราก้อนบอล ตุ๊กตาตัวการ์ตูน เปลือกหอย ก้อนหิน เหรียญโบราณ ไม้ไอติม จดหมายรัก...
ไม่ว่าจะเปิดกล่องนี้เมื่อไหร่ ความทรงจำเก่าๆที่ตกค้างในใจสมัยยังหนุ่มๆ ก็แล่นย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองทุกครั้งสิน่า...

"ลดความขี้อายลงหน่อย มาจีบเราบ้างนะ.." นี่คือข้อความบนการ์ดใบที่อยู่ในมือผม
คนที่เขียนให้ผมนั้นคือคนที่ผมชอบ แต่ผมไม่รู้ว่าควรจะดีใจได้รึเปล่า เพราะจนป่านนี้ผมยังดูไม่ออก
ว่าข้อความนี้มันเป็นความในใจเธอจริงๆ หรือแค่เห็นเป็นเรื่องสนุก อำกันเล่นๆ ผมไม่เคยรู้ถึงใจเธอเลย
ทั้งที่เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกัน...


บ้านเธอกับบ้านผมอยู่ติดกัน เราเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ ยังจำได้วันแรกที่เจอกัน ผมไปแอบดูทีวีที่บ้านเธอ
เห็นเพื่อนๆบอกว่าบ้านเธอมีอุลตร้าแมนมาหาทุกเช้า ผมก็อยากจะเห็นบ้าง แต่สิ่งที่ประทับใจผม
หาใช่คนชุดแดงที่ยิงลำแสงออกจากมือได้ หากแต่เป็นเธอที่ประทับใจผม
รอยยิ้มร่าเริง ใครเห็นแล้วก็อยากเป็นเพื่อน อยากเล่นด้วย...

เราเป็นเพื่อนกันครับ...เพราะบ้านอยู่ติดกัน พ่อผมกับพ่อเธอก็เป็นเพื่อนกัน ต่างแค่พ่อเธอรวย ส่วนพ่อผมค่อนข้างจะไม่รวย
บางวันผมก็จะปีนข้ามรั้วไปเล่นในบ้านเธอ บางวันเธอก็จะปีนข้ามรั้วมาชวนผมปีนข้ามรั้วไปเล่นที่บ้านเธอ...
เธอไม่เคยหยิ่งเลย เป็นถึงคุณหนูบ้านรวย แต่เธอยังกล้ามาแก้ผ้าโดดน้ำคลองเล่นกับผม
เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ซนชิบ อยู่กับเธอ ผมมักจะตกเป็นเบี้ยล่างเสมอ ผมเป็นเด็กอ่อนแอ ขี้อายและเก็บกด จึงมักถูกเธอแกล้งอยู่ประจำ
ไอ้กุ้งแห้ง คือชื่อที่เธอเรียกผม คุณหนูแหนม คือชื่อที่ผมเรียกเธอ

กาลเวลาผ่านไปใครจะเชื่อ คุณหนูแหนมของผมเมื่อโตเป็นสาว ทั้งขาวทั้งสวย
สวนทางกับพัฒนาการของผมสิ้นเชิง ผมยังคงเป็นกุ้งแห้งตัวเดิม แต่ผ่านการรมควัน(ดำขึ้น)
และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ผมเริ่มหวั่นใจในความแตกต่าง แม้เธอจะยังเป็นเพื่อนคนเดิมที่ยังแสนดีและขี้เล่น
แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว ฐานะรูปร่างหน้าตาอย่างผมไม่คู่ควรเดินจูงมือเธออีกต่อไปแล้ว
คิดได้ดังนั้นจึงแกล้งทำตัวเหินห่าง ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสเจอคนอื่นที่เหมาะสม หนุ่มมากมายวนเวียนมาจีบเธอ
หลายคนทั้งหล่อทั้งรวยเหมาะสมทุกประการ แต่ผมไม่เคยเห็นเธอจริงจังกับใครเลย
เธอกลายเป็นสาวสวยซาดิสซ์ หักอกหนุ่มๆเป็นว่าเล่น ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าทุกวัน ก็ดีแล้วล่ะ เธอควรจะเลือกคนที่ดีที่สุด...

"เย็นนี้อย่าลืมไปที่บ้านฉันนะ..." เธอเข้ามาคุยกับผม ขณะที่ผมนั่งดีดกีต้าร์ร้องเพลงอยู่กับเพื่อนๆ
เล่นเอาเพื่อนๆผมตื่นเต้นยกใหญ่ ก็เธอเป็นดาวประจำชั้นปีนี่นา
"ทีวีเสียอีกแล้วเหรอ?..." ผมถาม เพราะผมเรียนช่างอิเล็คทรอนิคและมักจะไปซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านเธอบ่อยๆ
"บ้า...วันนี้วันอะไรลืมแล้วเหรอ?"
"ก็วันศุกร์...นี่นา...มีอะไรเหรอ?..." ผมแกล้งถามไปงั้นแหละจริงๆไม่ลืมหรอก
"วันเกิดฉันย่ะ...ไม่มาก็ช่าง แบร่..." แล้วเธอก็สะบัดหน้า เดินงอนจากไป
เพื่อนๆรุมทึ้งผมยกใหญ่ โทษฐานที่รู้จักคนน่ารักแล้วไม่เผื่อแผ่เพื่อน ก็นะ...ถ้าเป็นสาวคนอื่นผมอาจจะแนะนำอยู่หรอก
แต่เธอเท่านั้น ที่จะให้มาคบกับพวกนี้ไม่ได้ เพื่อนๆผมมันก็แย่พอๆกับผมนี่แหละ...

วันนั้นผมใช้เงินที่อดออมอยู่สามเดือน ซื้อตุ๊กตาหมีควายตัวเบ้อเริ่มแบกไปบ้านเธอ
วันเกิดเธอสำคัญกับผมยิ่งกว่าวันเกิดของตัวเองซะอีก ทุกปีที่ผ่านมา ผมไปกินฟรี ไม่เคยมีอะไรไปให้เธอ
หมีควายตัวนี้จะเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ผมให้เธอ ทั้งที่เธอให้ผมมามากมายเหลือเกินแล้ว...
เย็นวันนั้น หมีควายนั่งโดดเด่นอยู่บนโต๊ะของขวัญ หวังว่ามันคงทรหดพอจะรองรับอารมณ์เธอได้...
ให้มันเป็นเหมือนตัวแทนของผม


..........................


ผมไม่ได้เจอเธอนานแล้ว เธอไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนผม หลังจากที่เรียนจบ ปวส.ก็เข้ากรุงมุ่งหางาน
ตามวงจรชีวิตแมงเม่าที่คิดสั้นทั่วไป ทว่าเส้นทางชีวิตที่แตกต่างก็ยังไม่สามารถทำให้ผมลืมเธอได้ หลายปีมานี้ไม่เคยติดต่อกันเลย
"ลดความขี้อายลงหน่อย มาจีบเราบ้างนะ.." ผมพลิกดูด้านหลังการ์ด จากคุณหนูแหนม
คนที่เขียนให้ผมนั้นคือเธอ การ์ดวาเลนไทน์ใบแรกและใบเดียวในชีวิตวัยหนุ่ม
ผมเก็บมันใส่กล่องไว้ตามเดิม รวมกับจดหมายรักที่ผมเขียนเก็บไว้...
"ไอ้ลูกบ้า มัวทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบไปอาบน้ำแต่งตัวอีก งานเริ่มแล้วนะ..." แม่โผล่หน้ามาโวยวายใส่ผมอีกยก
เสียงเครื่องไฟ(ศัพท์โบราณ)จากบ้านข้างๆดังกระหึ่มบอกให้รู้ว่ามีงานใหญ่
ผมอาบน้ำแต่งตัว หยิบซองสีชมพูพับใส่กระเป๋าเสื้อ เดินไปที่บ้านเธอ...

วันนี้บ้านเธอมีงานใหญ่ เวที วงดนตรี โต๊ะจีน ยิ่งใหญ่สมกับเป็นงานแต่งของลูกชายนายพลกับลูกสาวผู้ว่าฯ (พ่อเธอเป็นผู้ว่าฯครับ...ส่วนพ่อผมเป็น ผู้หวังว่า...)
แขกเหรื่อมากมายหลายชนชั้น เฮ้ย...มีนักข่าวด้วยเรอะ จะไฮโซไปถึงไหน...
ผมมองเห็นเธอแล้ว คุณหนูแหนมอยู่บนเวที เจ้าบ่าวเจ้าสาวเหมาะสมกันเหลือเกิน เธอสวยยิ่งกว่าที่ฉันคาดหวังไว้ซะอีก
ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ลางานกลับบ้านมาเจอ เจ้าบ่าวจ้องเธอตาไม่กระพริบ เธอวุ่นอยู่กับชุดเจ้าสาวที่ยังไม่เข้าที่เข้าทาง
จะมัวไปเสียเวลากับมันทำไม ถึงเวลาเข้าหอก็ต้องถอดอยู่แล้ว โธ่โว้ย...ไม่อยากจะคิดเลย...
ผมยืนจ้องเธออยู่อย่างนั้น แล้วเธอก็หันมาเห็นผมจนได้ เธอยิ้มโบกมือให้ผม แขกเหรื่อในงานหันมาจ้องผมเป็นตาเดียว
ผมรีบแทรกแผ่นดินหนีไปปะปนอยู่กับโต๊ะโซนชาวบ้าน ผมนั่งร่วมวงกับกลุ่มขี้เมา ช่วยพวกเขาถลุงกับแกล้มอย่างเมามัน...จนกระทั่ง

 


"มาอยู่นี่เองเหรอตามหาแทบแย่..." เสียงหวานๆที่คุ้นหูดังขึ้นมาจากข้างหลัง ผมหันไปมองแล้วสะดุ้งเฮือก...
"อะไรยะ...ทำยังกะเห็นผีงั้นแหละ" เธอมาแล้ว ยืนจ้องผมเขม็ง
"อะ...เอ่อ เชิญนั่งสิ..." ผมเขินออกนอกหน้า ก็ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีนี่หว่า
"แขกเชิญเจ้าภาพนั่งเนี่ยนะ...ขอบใจ..." เธอนั่งลงข้างๆผม...หอม


........................................................


เรานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเกือบสิบนาที

"เมื่อไหร่จะแต่งงานซะทีล่ะ?..." ผมถามเธอ ไม่เจอกันนาน เลยไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร
"...แล้วเมื่อไหร่จะมาขอซะทีล่ะ..." เธอหันมาพูดด้วยสายตาทีเล่นทีจริง เล่นเอาผมร้อนผ่าว
"...อย่าล้อเล่นน่า ฉันสู้ค่าสินสอดไม่ไหวหรอก..."
"...ฮึ...ก็เป็นซะอย่างเงี้ย...จะให้รอไปถึงเมื่อไหร่กัน"
"จะรอฉันทำไม...ใครมาขอก็รับๆไปสิ..."
"...บ้า จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าฉันคิดยังไงอีกเหรอ...หือ ว่าไงจ๊ะ..." เธอยื่นหน้าเข้ามาชิดผมจนจมูกแทบจะชนกัน
แก้มใสขาวเนียน ริมฝีปากชมพูยิ้มให้จนใจผมเยิ้ม แววตาเซ็กซี่ จ้องตากันทีไรผมแพ้ทางทุกที หน้าแดงอีกแล้วผม
"ขอบใจนะที่มางานแต่งงานพี่ชั้น" เธอหัวเราะชอบใจแล้วเดินจากไป
ทิ้งให้ผมสับสนอยู่คนเดียวอีกตามเคย...
...โธ่ไอ้...บ้าเอ๊ย

>>>end



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอเจิมนะคะ

อ่านเพลินและก๊ากได้เรื่อยๆ

#1 By ~aBlueSapphirE~ on 2007-04-03 20:44

#2 By sweettoxic on 2007-04-05 09:40

โหพี่ขอเลยเรื่องเนี้ย อยากเห็นคุณหนูแหนมจังเลยเอารูปมาให้ดูหน่อยได้ไม๊เนี้ย อ่านแล้วทำไห้นึกถึงหนังเรื่องเเฟนฉัน ถ้าเป้นผมนะจะไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่ๆยังไงก็จะพาเธอมาร่วมกัดก้อนเกลือกินด้วยกันให้ได้(55+ล้อเล่นๆ)...ยังไงก็รับรักเธอซะนะ อย่าเพิ่งมาหล่อเลือกได้เลย อิอิ ...
กล่องความทรงจำ..ผมก็มีนะแต่มันเป็นของๆผู้หญิงเพียงคนเดียว...ยังรอเธอเสมอ..ยัยตัวจุ้น

#3 By arrt on 2007-07-15 10:30

หึหึหึ...จริงๆแล้วเรื่องนี้แต่งขึ้นจากประสบการณ์ตรงเพียงบางส่วนเท่านั้นครับ...
ความจริงกับความฝันต้องแยกแยะ...
ที่ยังอยู่กับผมตอนนี้ มีเพียงแค่การ์ดเจ้าปัญหาใบนั้น...และตัวตนของเธอในอดีต

#4 By sweettoxic on 2007-07-15 10:59

ขาดหุ้น

#5 By (125.27.191.82) on 2007-08-03 13:19

คอเรตเตอรอล

#6 By (125.27.191.82) on 2007-08-03 13:20

บ้าเอ้ย...

ป.ล.คอมเม้นท์ 2อัน ข้างบนนี่มันอะไรกันฟะ

#7 By sweettoxic on 2007-08-03 22:25