งานง่ายๆ

posted on 02 Apr 2007 16:35 by sweettoxic  in ZAANstory

 

"โอ้ย!!!"
"ว้าย!!...ขอโทษค่ะหนูมองไม่เห็น" เด็กสาวพูดแล้วรีบเดินจากไป ทิ้งให้ชายชราที่ร้องโอ้ยให้นั่งอยู่ตรงนั้น ที่ประจำของแก
"บ้าจริงเลย นั่งเกะกะอยู่ได้ เป็นภาระสังคมจริงๆ" เด็กสาวคนนั้นบ่นพึมพัมเดินผ่านหน้าผมไป
ผมมองตามก้นสวยๆไปจนลับตาจึงหันมาสนใจคุณตาคนนั้นอีกครั้ง แกนั่งกุมมือข้างที่โดนเวอซาเช่เหยียบ ท่าทางเจ็บปวดน่าดู
แต่ใครจะไปสนใจแกล่ะ คงมีแต่ผมล่ะมั้งที่นั่งมองแกอยู่ หลายคนมักจะบอกว่า การทำแบบนี้เป็นวิธีหาเงินที่ง่าย
เป็นงานที่สบายๆ อาศัยความน่าสงสารเรียกร้องความเมตตา หรือที่บอกว่าหากินกับมนุษยธรรม ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก็ตาม
อาชีพแบบนี้ก็ยังมีอยู่ ...

ริมฟุตบาตท่ามกลางอากาศร้อนจัดแบบวันนี้ ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาอย่างรีบเร่ง อากาศร้อนทำให้คนใจร้อน
น่าแปลกที่ชายชรายังอดทนรออย่างใจเย็น ไม่แคร์ความร้อนรอบกาย
ผมนั่งจิบกาแฟอยู่ริมหน้าต่างภายในร้านสตาร์บัค เอาใจช่วยให้แกได้เงินเยอะๆ
แต่ท่าทางคงจะลุ้นเหนื่อยหน่อยเพราะยังไม่เห็นใครหย่อนตังค์ให้แกเลย
เฮ้อ ยุคสมัยนี้ น้ำมันแพงแล้วยังแล้งน้ำใจกันอีก เอ้า ไหนว่าคนไทยให้กันได้ไง
แค่เศษตังค์น่ะมีเยอะก็หนักกระเป๋าเปล่าๆระบายออกซะมั่งสิครับ ให้กับคนที่เขาขาดแคลนกว่าจริงๆ
คุณตาคนนี้ก็ใช่ว่าแกอยากจะมาเป็นแบบนี้หรอก แต่ในเมื่อกำหนดอนาคตให้ตัวเองไม่ได้ แกก็ต้องยอมปล่อยให้มันเป็นไปตามชะตากรรม
ฝากชีวิตตัวเองไว้กับผู้ใจบุญ อย่าเรียกว่าเป็นอาชีพเลย นึกซะว่าเห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน...

"แกร๊ง!!" มือน้อยๆ ปล่อยเหรียญหล่นไปในขัน เจ้าของมือนั้นชะโงกมองด้วยความสนใจ อยากรู้อยากเห็น
"ขอบคุณมากลูกเอ๋ย ขอให้เจริญๆได้เป็นเจ้าคนนายคน..." ชายชรายกมือท่วมหัว อวยพรให้เด็กน้อยที่หย่อนเงินใส่ขัน
เด็กหญิงยิ้มแป้นแล้วรีบวิ่งแจ้นกลับมาหาแม่
"เป็นไงลูก คุณตาว่าไงมั่ง" ผู้เป็นแม่ถามด้วยรอยยิ้ม
"ออมสินของคุณตา มีแต่เหรียญสีทองเต็มไปหมดเลยค่ะสงสัยคุณตาคงจะเล่นกีฬาเก่งนะคะ เหรียญทองเยอะแยะเลย" หนูน้อยวันซนยิ้มร่า
ผู้เป็นแม่หัวเราะชอบใจ สองแม่ลูกเดินจูงมือกันไปหาชายชราอีกครั้ง คราวนี้แม่ส่งธนบัตรใบสีแดงให้ลูกน้อยยื่นให้คุณตาอีกที
ชายชราแทบจะก้มกราบสองแม่ลูก แกรับธนบัตรมาด้วยมือสั่นเทา สองแม่ลูกใจบุญเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม
คุณตารีบเก็บแบงก์ใส่กระเป๋าเสื้อ ผมนั่งมองด้วยความเบิกบาน ไม่บ่อยนักที่ผมจะเห็นคนใจดีแบบนี้
นึกว่าจะมีอยู่แค่ในทีวีซะอีก แหม ก็พวกคนใจบุญที่ขึ้นชื่อหน้าจอเวลามีรายการสด รับบริจาคไงครับ
คนใจบุญในทีวีน่ะมีเยอะเหลือเกิน แต่แปลก ที่ผมไม่ค่อยเจอคนเหล่านี้นอกจอเท่าไหร่ เขาคงไม่ชอบให้ทานโดยไม่ได้รับการประกาศชื่อละมั้ง
ช่างเถอะ การให้ทานเป็นสิทธิของคนมี คนไม่มีก็ทำหน้าที่รออย่างสงบต่อไป
ไม่สามารถจะไปบังคับฝืนใจได้ ทำแบบนั้นมันจะกลายเป็นมิจฉาชีพไป ...

...............................

"ข้าวมันไก่ใส่กล่อง ได้แล้วครับ" ผมจ่ายตังค์และรับข้าวมันไก่มาจากคนขาย เกือบบ่ายสองโมงแล้ว ป่านนี้คุณตาแกคงจะหิวน่าดู
แดดยามบ่ายยังคงร้อนระอุ ผู้คนมากมายก็ยังคงเดินขวักไขว่ วันนี้ท่าทางจะได้เงินเยอะนะคุณตา
"เคร้ง!!...แกร้งๆๆ" เศษเหรียญกระจัดกระจายเกลื่อนริมฟุตบาต
ชายชราเงอะงะรีบก้มเก็บเศษเหรียญใส่ขันที่โดนเท้าใครบางคนเตะกระเด็น ผมรีบเดินเบียดผู้คนเข้าไปหาแก
"เอ้านี่ ครบไหมตา..." ผมช่วยเก็บเหรียญใส่ขันคืนให้แก
"คงครบแล้วมั้ง..." ชายชราตอบ เมื่อกวาดตามองไปรอบๆแล้วไม่พบเศษเหรียญหล่นอยู่บนพื้น
"ทีหลังระวังหน่อยนะตา อย่าไปขวางทางตีนเขามากนัก...เอ้อ เอ้านี่ ผมเอาข้าวมาให้..."
"เออ...ขอบใจนะ..." คุณตาหยิบข้าวกล่องจากมือผมไป และรีบกินอย่างมูมมาม
"กินช้าก็ได้ตา เอ้านี่ น้ำ เดี๋ยวติดคอตายขึ้นมา ผมจะลำบาก" ผมวางขวดน้ำไว้ข้างตัวชายชรา แล้วรีบเดินไปจากแก กลัวคนจะเข้าใจผิด
ผมไม่ได้คิดจะสร้างภาพหรอกนะ แต่มันก็ทำให้คนแถวนั้นมองผมด้วยสายตาชื่นชมไม่น้อย
อีกนานกว่าจะถึงเวลากลับ ผมเลือกเดินเข้าร้านอินเตอร์เน็ต ฆ่าเวลาเพื่อรองานเลิก...

 

.............................

ตีหนึ่งครึ่งเจ้าของร้านเน็ตเดินมาไล่...ฉิบหายตายโหง ดึกป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย ผมดันแชทเพลินจนลืมเวลา ต้องรีบไปแล้ว ป่านนี้นายคงมารอแย่แล้ว
ผมออกจากร้านอินเตอร์เน็ต โดยไม่ลืมแวะไปดูแก คุณตายังนั่งอยู่ตรงนั้น ที่เดิม ก็จะให้แกไปไหนได้ล่ะ ถ้าแกมีขาก็ว่าไปอย่าง
เวลาป่านนี้แล้วไม่ค่อยมีใครสัญจรผ่านไปผ่านมาแล้ว เจ้านายผมขับรถมาจอดรับที่ริมฟุตบาต
"ตา...กลับบ้านได้แล้ว..." ผมเดินไปอุ้มชายชราขาพิการ แบกร่างแกขึ้นรถกระบะที่มีเพื่อนร่วมงานอยู่เต็มหลังรถ
วันนี้คุณตาของผมอ่อนล้าจนเห็นได้ชัด ก็เล่นตากแดดอยู่ทั้งวันเลยนี่นา ขึ้นรถได้แป๊บเดียวแกก็ผล็อยหลับไป
ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของแก ธนบัตรสีแดงติดมือออกมา ผมพับเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ ได้ค่ากาแฟพรุ่งนี้แล้ว หึหึหึ...
รถกระบะพาพวกเราวิ่งเลี้ยวลัดกลับสู่ที่พักกลางกรุง...วันนี้ผมเหนื่อยเหลือเกิน.

END<<<



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ความจริงก็สงสารนะ เพราะสภาพขอทานแต่ล่ะท่านเนี่ย...สุดๆ อยากให้ตังค์แต่ในใจก็คิดว่าจะยิ่งต่อวงจรการหากินแบบนี้

ขอทานชอบอวยพรให้เจริญๆ แต่ชั้นไม่เคยเชื่อ ขนาดพระให้พรเลิศกว่านี้ ชั้นยังไม่เห็นสมพรพระเลย

#1 By Authorized by Contessa I on 2007-04-02 17:04

แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ผมจะรวยซะทีล่ะครับ...หึหึหึ

#2 By sweettoxic on 2007-04-02 19:11

เมืองไทยจะเจริญไหมน๊า(นี่ก็เจริญแล้ว...แต่ช่วยเจริณในทางที่ดีหน่อยเถอะค่ะ)

#3 By (。_ 。) Half-Crazy Rabbit⌒★ on 2007-04-02 19:31

...โฉดจิง...หึหึ
เเต่ก็ยอมรับว่ามันเป้นเรื่องที่เกิดขึ้นจิงๆ
สังคมสมัยนี้หากินกันง่ายๆเเบบนี้แหละ
ว่าแต่...อย่าข้ามถิ่นนะน้องเด๋วจะหาว่า
..พี่ไม่เตือน..หึหึ จากชายโฉด(กว่า)

#4 By arrt on 2007-07-15 10:36

อ้าวเพ่...แถวนี้ถิ่นผมครับ

#5 By sweettoxic on 2007-07-15 10:54

ถึงนักเขียนคน(ดี)

อะไรที่ทำให้จิตใจคนเลวร้ายลง...
หรือแท้จริงเเล้วเนื้อแท้อาจตรงกันข้าม
ความเลวที่วัดจากสังคมหนึ่ง อาจเคยรุ่งเรือง
เเละเป็นที่ชื่นชม ยอมรับ
จิตใจคนยังคิดไม่เหมือนกัน
เเล้วจะรู้จักผิดชอบชั่วดีเท่ากัน
ได้อย่างไร...

เเต่..คนที่มีพรสรรค์ในการสื่อ(สาร)
อาจสามารถสื่อสิ่งดีดี ให้เข้าไปในใจคน

#7 By penn (124.121.19.240) on 2008-09-12 13:18