>>สันดานหมา
posted on 28 Mar 2007 15:24 by sweettoxic in ZAANstory
ตับหวานเป็นหมาพันธุ์ทาง(คือเก็บได้ริมทาง) ผมช่วยมันให้รอดจากแก๊งค์หมาแลกคุ
(หมาแลกคุ คือหน่วยรถจับหมาแถบภาคอีสาน ออกตระเวนไปทั่วเพื่อเสาะหาหมาจรจัดและหมาที่เจ้าของไม่ต้องการ
หมาดุ หมากัด หมาเลี้ยงไม่เชื่อง จับเอามาแลกคุได้เน้อ หมาใหญ่ได้คุใหญ่ หมาน้อยได้คุน้อย... คุ ถังพลาสติกสารพัดประโยชน์)
ปัจจุบันยังมีรถหมาแลกคุวิ่งตระเวนไปตามที่ต่างๆ รวมทั้งในเมืองหลวงที่มีหมาจรจัดมากพอๆกับคนจรจัด...
ตับหวาน ในตอนนั้นมันยังเป็นลูกหมาถูกทิ้ง เด็กในซอยวิ่งไล่จับมันไปแลกคุ มันวิ่งกระหืดกระหอบมาหาผมซึ่งนั่งกินลูกชิ้นอยู่
มันครางงื้ดๆและขดตัวอยู่กับเท้าผม ของเหลวอุ่นๆซึมผ่านคอนเวิร์ส ออลสตาร์ เหี้ย!!...ไม่ทันไรผมก็ถูกมันประกาศความเป็นเจ้าของไปซะแล้ว
อะไรของมึง ผมไม่ใช่คนรักสัตว์ แล้วยิ่งสัตว์ที่ไม่น่ารักด้วยแล้วยิ่งไม่อย่างจะยุ่ง เด็กๆพวกนั้นวิ่งหยุดมองหน้าผม พวกมันซุบซิบปรึกษากัน
กูว่ามึงเข้าไปจับมันมาเถอะ...ห่า มึงนั่นแหละ...เฮ้ยเมื่อกี้ กูก็วิ่งไล่แล้ว...มึงนั่นแหละ...มึงแหละ...เอ่อ ผมว่าเด็กพวกนี้มันไม่กล้าเข้ามายุ่งกับผมนะ
ผมเองก็ไม่อยากยุ่งกับมันหรอก ไอ้หมาบ้านี่ก็ด้วย พอเห็นว่าผมคุ้มครองมันได้ ก็เห่าใหญ่เลย กล่องๆๆ เฮ้ย...บ๊อกๆๆ (มุขควายลำดับ 382)
คนแถวนั้นเริ่มหันมาสนใจ ผมลุกเดินหนี มันก็เดินตาม ผมวิ่งหนี มันก็วิ่งตาม จนผมวิ่งเข้าบ้านตอนแรกก็คิดว่าพ้นแล้ว แต่พอตื่นเช้าจะไปทำงาน
ผมก็เห็นมันนั่งเหงือกแห้งอยู่หน้าบ้าน ช่างมึงกรูไม่สน มันวิ่งตามผมมาจนถึงหน้าปากซอย ช่างมึงกรูไม่สน
ตอนเย็นเลิกงานผมเห็นมันมานั่งรอหน้าปากซอย...ช่างมึงกรูไม่สน...จะทำอะไรก็ช่างมึง...
เจ็ดวันผ่านไปผมก็ใจอ่อน ยอมรับมันมาร่วมชายคา ให้ชื่อว่า ตับหวาน...
ตับหวานเป็นหมาที่หน้าตาดีพิลึก ใครเห็นก็ทักว่ามันหล่อเหมือนผม ตอนที่ผมเก็บมันมาเลี้ยงแรกๆ
มันผอมกะหร่องจนเท้าทั้งสี่แทบจะรับน้ำหนักหัวโตๆไม่ไหว และทั้งที่หุ่นผอมกระหร่องขนาดนั้น แต่มันกลับกินจุชิบหายเลย
ลำพังตัวผมเองแค่มีไข่เจียวตกถึงท้องวันละฟองก็ถือว่าโชคดีแล้วที่มีกิน ดังนั้นเมื่อมาเป็นหมาของผมก็อย่าหวังว่าจะได้รับสารอาหารครบห้าหมู่เลย
น้ำซุปกระดูกไก่จากร้านข้าวมันไก่เจ้าประจำ สามารถขอได้ฟรีแบบหน้าด้านๆ ผมเอามาคลุกข้าวเป็นอาหารจานหลักของเจ้าตับหวาน
นานๆจะเติมเพดดีกรีให้ซักสองสามเม็ด แล้วร่างกายที่เคยผอมโซก็เจริญเติบโตพรวดๆ หนึ่งปีผ่านไปตับหวานก็กลายเป็นหมาหนุ่มรูปหล่อ(เหมือนผม)
ไอ้ตับหวานเป็นหมาที่แสนรู้เลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องรู้ใจเจ้านายนี่ต้องยอมยกให้มันเลย มันรู้ว่าผมชอบดื่มเบียร์
มันเลยเติมเบียร์ในท้องของมันใส่กระป๋องเบียร์เปล่าที่ผมวางทิ้งไว้... วันนั้นถ้ามีรถหมาแลกคุผ่านมา ผมจะไม่ลังเลเลยที่จะส่งมันไปท่าแร่
แต่ก็ต้องโทษตัวเองที่โง่ซดเบียร์ไอ้ตับหวานแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ มันก็สมแล้ว ...หลังจากวันนั้น ผมเลิกเบียร์โดยไม่มีเหตุผล
วีรกรรมของตับหวานยังมีอีกมากมาย ถ้าจะให้สาธยายคงพูดได้ไม่จบสิ้น โดยเฉพาะวีรกรรมทางเพศของมัน...
อย่างที่ผมเคยบอกไว้ ตับหวานเป็นหมาหล่อ ผมไม่ได้พูดชมหมาตัวเองพล่อยๆนะ มันหล่อจริงๆ
หูตั้งหลังอาน ขนสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นตัวเหม็นพอประมาณ เป็นขวัญใจหมาแก่แม่ยกรวมไปถึงหมาสาวรุ่นกระเตาะทุกตัวในละแวกซอยบ้านผม
ฤดูผสมพันธุ์ครั้งแรกในชีวิต ตับหวานแทบจะไม่ได้พักผ่อน หลังจากเสียซิงให้นังเชอรี่ ก็มีอีด่าง อีแด่น อีดอก และอีกหลายตัวที่ผมไม่รู้จักชื่อ
เรียงคิวมาให้ไอ้ตับหวานเขย่าเอวแทบทุกวัน จนผมต้องโด๊ปหมาตัวเองด้วยไข่ไก่สด เอ้า ทนเอาหน่อยมึง เพื่อลูกๆ
ผมมองหมาตัวเมียที่วิ่งตามเจ้าตับหวานเป็นพรวน เฮ้อ ถ้าผมเนื้อหอมมีสาวๆวิ่งตามแบบมันบ้างก็คงจะดีไม่น้อย
แต่ไม่ต้องมาทีละเยอะๆแบบนี้นะผมรับไม่ไหว...
ระยะหลังตับหวานเริ่มออกอาการเพลียและเบื่ออย่างเห็นได้ชัด มันหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหน จนผมหวั่นว่ามันจะเฉาตาย
ขี้เกียจขุดหลุมฝัง วันต่อมาผมจึงพามันออกเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศ ผมฉุดลากพาตับหวานมาจนถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่งจนได้
แม้จะดูไม่เต็มใจนักแต่พอมาเจอบรรยากาศใหม่ๆ ตับหวานก็ตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด จะว่าไปผมก็เพิ่งเคยพามันมาเดินเล่นเป็นเรื่องเป็นราวคราวนี้แหละ
ว่าแล้วผมก็ปล่อยให้ตับหวานวิ่งพล่านสำรวจสวนสาธารณะไปทั่ว ส่วนตัวเองก็งีบหลับใต้ร่มไม้ ก็ผมแค่มาเดินเล่นไม่ได้คิดจะมาเดินจริงจังซะหน่อย
ว่าแล้วก็งีบไป โดยไม่ได้เฉลียวใจว่าจะเจอนางฟ้า นางฟ้าจริงๆครับ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง...
"พี่คะ พี่..." ผมลืมตาเมื่อได้ยินเสียง เบื้องหน้าผมคือสาวน้อยหน้าใสผมยาวในชุดสีชมพูฟูฟ่อง เธอเปลี่ยนที่นี่เป็นสวนสวรรค์ไปทันทีที่ผมลืมตา
"มีอะไรหรือครับ" (หรือว่าอยากมีอะไร) ไอ้คำในวงเล็บผมแค่พูดในใจเท่านั้นเอง
"นั่นใช่หมาพี่หรือเปล่าคะ..." ผมมองตามเธอไป เห็นไอ้ตับหวานกำลังเล้าโลมหมาสาวตัวหนึ่งอยู่ (ทำอะไรของมึง)
"แล้วนั่นหมาคุณเหรอครับ..." ผมถามเธอกลับบ้าง
"ใช่ค่ะ ท่าทางจูเลียกำลังจะโดนหมาพี่ขืนใจ..." ผมก็เห็นด้วยกับเธอ
"มันชื่อตับหวานครับ ส่วนผมชื่อลาภ..." ผมแนะนำตัว
"ตับหวานกับลาบ ชื่อแปลกเข้ากันดีทั้งคนทั้งหมาเลยนะคะ...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะหนูชื่อปริ้นซ์..."
"ฝ่ายน้องปริ้นซ์ก็น่ารักทั้งคนทั้งหมาเลยนะครับ..." ผมชมเธอซึ่งๆหน้า เล่นเอาเธอหน้าแดงไม่กล้าหันมาสบตาเลย...
"ทำไมต้องอายล่ะ...ก็สวยจริงๆนี่นา..." ผมคิดในใจต้องจีบเธอแล้วล่ะ และต้องจีบให้ได้ด้วย
"...เอ่อ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะค่ะช่วยไปแยกหมาพี่ออกมาทีนะ จูเลียยังเด็กอยู่ ยังไม่พร้อมที่จะ...เอ่อ..." เธอตัดบทไปที่หมาสองตัวนั่น
ผมมองตามแล้วก็ขำเหลือเกิน จูเลียที่เธอบอกว่าเด็กน่ะตัวโตกว่าไอ้ตับหวานซะอีก เป็นพันธุ์ไฮโซโกลเด้นท์ แต่ความต่างของสรีระไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับตับหวานหรอก
หากแต่ชุดที่จูเลียใส่อยู่ต่างหากที่เป็นอุปสรรค ตับหวานมันถอดชุดเป็นซะที่ไหน จะสอดใส่ก็ไม่ได้ ผมเพิ่งเคยเห็นมันงุ่นง่านเงี่ยนขนาดนี้ คงจะถูกใจจูเลียมาก
เหมือนที่ผมถูกใจน้องปริ้นซ์ แต่ผมก็ต้องจำใจไปแยกมันออกมา แต่ผมไม่ยอมแยกจากเธอหรอก เราสองคนสองหมาเดินเล่นไปรอบสวน
ผมพูดจาหว่านล้อมพาเธอชมนกชมไม้ อยู่จนค่ำ...
"พรุ่งนี้จะมาอีกไหมครับ..." ผมถามเมื่อเธอกำลังจะกลับบ้าน
"...หือ มีอะไรหรือเปล่าคะ..." เธอหันมามองทำหน้างงงง
"...เอ่อ แบบว่า...ไอ้ตับหวานมันคงอยากเจอจูเลียอีกน่ะครับ..." ผมพูดพลางสะกิดไอ้ตับหวาน มันช่างรู้ใจผมจริงๆ วิ่งเข้าไปคลอเคลียจูเลีย
ครางหงิงๆอย่างอาลัยอาวรณ์ สุดยอดหมาตอแหลแห่งปีเลยนะเนี่ย...
"ก็ว่างอยู่แล้วค่ะ เพราะช่วงนี้ปิดเทอม... ที่จริงเราก็มาที่นี่ทุกวันแหละ...เนอะจูเลีย"
"งั้นต่อไปนี้ ผมก็จะมาที่นี่ทุกวันเลยครับ...เนอะตับหวาน..."
.
.
.
วันแล้ววันเล่าทั้งคนทั้งหมาตื่นแต่เช้าไปสวนสาธารณะ ผมแทบจะไม่อยากไปที่อื่นเลยนอกจากสวนสาธารณะแห่งนี้ ไม่ได้ไปเพื่อออกกำลังกาย
แต่ไปเพื่อออกกำลังใจ เจอเธอทุกวันความสัมพันธ์ก็ผลิบาน จากที่เราเคยเดินจูงหมา ก็พัฒนามาเดินจูงมือกัน และแล้วมันก็เลยเถิด...
วันนั้นจูเลียไม่ใส่เสื้อผ้ามา น้องปริ้นซ์บอกผมว่า จูเลียพร้อมแล้ว... ไอ้ตับหวานไม่รอช้า เมื่อโอกาสมาถึงมันก็ต้อนจูเลียเข้าหลังพุ่มไม้ ขย่มกันซวบๆ
เราสองคนนั่งนิ่งกุมมือกันโดยมีหมาเอากันเป็นแบ็คกราวด์ จะเรียกว่าโรแมนติคได้ไหม เพราะหัวใจผมมันคึกเหลือเกิน...แล้วเธอล่ะจะว่ายังไง...
"แล้วปริ้นซ์พร้อมหรือยังจ๊ะ..." ผมหันมาถามเธอ แทนคำตอบ ใบหน้านั้นลอยเข้ามาใกล้ผม ปากเผยอหลับตาพริ้ม
มองหน้าใสๆในระยะใกล้ๆแบบนั้นใครจะทนได้ ผมประกบริมฝีปากแห้งๆของตัวเองลงไป ซาบซ่านหวานชื่นดูดดื่มเมามัน อารมณ์ผมเตลิดไปแล้ว
เธอเองก็คงเช่นกัน เราต่างปลดเปลื้องอาภรณ์ ลงเกลือกกลิ้งนัวเนียกันไปมา ผมเคล้าคลึงไปทั่วตัวจนเจ้าของร่างบอบบางสั่นสะท้าน
ผมแสดงให้ตับหวานกับจูเลียดูว่าคนเรามีหลายท่วงท่าแค่ไหน ไม่เหมือนหมาที่ทำอยู่ท่าเดียว
แต่ท้ายที่สุด ผมก็จับน้องปริ้นซ์เผด็จศึกด้วยท่าหมาจนเธอปลิ้น ทะลักทะลาย... สมใจผมแล้ว กว่าพายุอารมณ์จะสงบลงได้ ไม่รู้ว่าน้องปริ้นซ์ปลิ้นไปกี่ที...
...............................
เวลาผ่านล่วงเลยมาเป็นเดือน หมดฤดูผสมพันธุ์ของเจ้าตับหวานแล้ว มันไม่ได้ถวิลหาจูเลียอีกต่อไปแล้วน้ำแตกแล้วแยกทาง นี่แหละสันดานหมาล่ะ
ต่างกับผม นานแล้วที่ไม่ได้เจอน้องปริ้นซ์อีกเลย มหาลัยเปิดเทอมเธอก็หายไปเลย ไม่โทรมา โทรหาก็ไม่ติด จะได้เจอกันอีกไหม ผมลืมเธอไม่ได้
คิดถึงเธอเหลือเกิน ...
...อยากผสมพันธุ์กับเธอทุกฤดู...
...นี่แหละสันดานคนล่ะ...
..................................end<<<


"สันดานหมา"นี่ถือเป็นคำชมนะครับ
-หมาที่ขย่มกันอยู่ข้างทาง ดูแล้วสบายตากว่า รอยยิ้มฟันขาวของพวกหน้าด้านในสภาเยอะครับ
(ช่วยระบุรายละเอียดของสวนสาธารณะที่ว่าอีกหน่อยสิครับ
เผื่อวันไหนผมผ่านไป จะได้ลองมองหาน้องปรินซ์ดู 555 -สันดานหมาจริงๆเลยผม(ชมตัวเอง))
#1 By skullman on 2007-04-11 14:27