posted on 21 Jun 2008 23:03 by sweettoxic in Something
สวัสดีค่ะ
อ๊ะ!! อย่าพึ่งแปลกใจที่คำทักทายดูแปลกๆไปนะคะ
เจ้าของบล๊อกนี้ยังไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศแต่อย่างใด (เขายังคงฝักใฝ่ทางเพศเหมือนเดิมค่ะ)
เพียงแต่ช่วงนี้เขามีธุระสำคัญ ต้องเข้ารับการบำบัดจิตใจ (หลังจากหักโหมเล่นเกมส์ ดูบอล โหลดคลิปโป๊ ปั่นจ๊อบ ฯลฯ มาระยะหนึ่งจนสุขภาพย่ำแย่)
ทำให้เขาไม่ค่อยมีกะจิตกะใจมาอัพบล๊อกซักเท่าไหร่
ไม่อัพไม่ว่า แต่มาใช้ให้เราอัพบล๊อกแทนนี่สิ เฮ้อ...จะวุ่นวายกะชั้นไปถึงไหนนะไอ้พี่ซ่าน
สุดท้ายเราก็เลยต้องมารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลบล๊อกซ่านชั่วคราวจนได้ค่ะ
อ๊ะ!! เรายังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่นา (ว่าแต่ มีใครอยากรู้จักชั้นมั้ยเนี่ย)
เราเป็นน้องสาวของ Sweettoxic นะคะ น้องสาวแท้ๆไม่ใช่กิ๊กไม่ใช่กั๊กเลยค่ะ (อันนี้ไอ้พี่ซ่านมันย้ำมากๆกลัวเสียภาพพจน์ว่างั้น)
อืม- - - ชื่ออะไรดีล่ะ? ชื่อSweettoxy ละกัน ง่ายดี
มาอัพบล๊อกแทนชั่วคราว ยินดีที่จะได้รู้จักกับเพื่อนๆทุกคน ขอฝากตัวด้วยนะคะ (ฝากแค่ตัวนะ ใจมีเจ้าของแล้วค่ะ)
ส่วนเรื่องที่เราจะอัพในวันนี้ก็เป็นเรื่องของพี่ชายจอมซ่านนี่แหละค่ะ
คือเขาไปได้Tagมาจากบล๊อกของเพื่อน ที่ชื่อว่าคุณยางมะตอยสีชมพูน่ะค่ะ (เยี่ยมชมบล๊อกของคุณยางมะตอยฯได้จากLinkตรงด้านขวานะคะ คนอะไรชื่อเสี่ยวมาก เสี่ยวกว่าSweettoxicอีก)
ด้วยความขี้เกียจแต่อยากอัพบล๊อก พี่ก็เลยโยนTagนี้มาให้เราทำแทนซะงั้นน่ะสิ
เพราะงั้นคุณผู้ชมทุกท่านสบายใจได้ค่ะ ด้วยเกียรติของสุภาพสตรีเรารับรองว่าตอนนี้ไม่มีเรื่องลามกโรคจิตอย่างที่พี่เราเขียนในเรื่องล่าสุดแน่นอน (แต่ถ้าชอบแบบนั้นก็ขออภัยนะ)
เอาล่ะ มาว่าเรื่องTagที่ได้รับมากันเลยดีกว่าเนาะ
มันคือ Tag รูปภาพค่ะ
กติกาของเค้าก็คือ...ให้โพสต์ภาพคนละไม่เกิน 4 ภาพที่คิดว่ามันนำเสนอถึงความเป็น " ตัวตน " ของเราได้ดีที่สุดไม่จำเป็นว่าต้องเป็นภาพที่สวยหรือคิดว่าดีที่สุด แค่รู้สึกว่า .. เนี่ยแหละที่เป็นเรา
...
โอ้โห!! ช่างกล้าส่งTagแบบนี้มาให้คนอย่างพี่เรา ถ้ามันทำจริงๆเดี๋ยวก็ได้เห็นภาพอนาจารเต็มบล๊อกหรอกค่ะ (ดีนะที่ไม่ว่าง)
แต่ก็อยากจะบอกว่าพี่พลาดซะแล้วที่ให้เรามาทำTagนี้แทน อิอิ ในฐานะของคนใกล้ตัวเราจะแฉให้เต็มที่ไปเล้ย
เริ่มกันที่รูปแรกเลยค่ะ แอ่น แอน แอ้น
...อะไร? หลายคนกำลังสงสัยว่าภาพนี้ต้องการจะสื่ออะไร
แล้วคุณมองเห็นอะไรมั้ยอ่ะ หึหึหึ (หัวเราะเลียนแบบพี่)
พี่เราก็เป็นยังงี้แหละ หลายคนอาจจะตีความว่าลึกลับน่าค้นหา แต่จริงๆแล้วมันคือความมืดมนค่ะ มืดมนทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเจอแสงสว่างเลยซักที พี่บอกว่าสาวๆคือแสงสว่างแห่งชีวิต แต่เราก็เห็นพี่หลบเข้ามุมมืดหนีแสงที่ส่องมาอยู่บ่อยๆ ไม่เข้าใจเค้าเล้ย สุดท้ายก็ยังมืดมนอยู่อย่างที่เห็นล่ะค่ะ
ภาพที่สอง
โฮะโฮ้!! ประจานกันซะให้เต็มที่ (ภาพนี้พี่บอกว่ารุ่นพี่ที่ออฟฟิศทำให้ เราดูแล้วฮากลิ้ง)
พี่ชอบเล่นเกมส์มาก พี่เป็นคนติดเกมส์ง่าย คือถ้าได้ลองเล่นเกมส์อะไรเป็นแล้วก็จะติดมันไปซะทุกเกมส์ เล่นได้ไม่เคยเบื่อ อยู่กับเกมส์ทั้งวันโดยไม่คุยกับใครเลยพี่ก็เคยมาแล้ว เฮ้อ...แก่แล้วยังติดเกมส์อีก (หาเวลาไปจีบสาวมั่งเหอะคุณพี่)
ภาพที่สาม
ภาพเก็บตกจากออฟฟิศของพี่อีกภาพหนึ่งค่ะ (เราไปค้นเจอมา)
คนที่รู้จักพี่หลายๆคนจะรู้ดีว่าพี่เป็นตัวเขมือบเห็นผอมแห้งแบบนั้นแต่ถ้าเจอของฟรีของถูกปากพี่ก็สามารถยัดทานได้เรื่อยๆราวกับกระเพาะพี่เป็นหลุมดำที่ดูดกลืนได้ทุกสิ่ง ทุกครั้งหลังงานเลี้ยงเลิกราถ้ามีอะไรเหลือ...นั่นคือของที่พี่ไม่ชอบกิน (เช่น ถ้วย จาน ชาม ช้อน ส้อม โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น)
ภาพสุดท้ายแล้วหรอ ยังไม่สะใจเลยอ่ะ
ภาพนี้คืองานทำเล่นๆชิ้นล่าสุดของพี่ เผาเสร็จเมื่อสองอาทิตยก่อน์
เห็นได้ชัดเลยว่าพี่เป็นคนขี้เกียจ จับจด ไม่มีความพยายามจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คราวนี้ก็บอกว่าเป็นโปรเจคท์ลับอะไรซักอย่างนี่แหละ แต่ก็คงล้มเหลวอีกตามเคย ก็เห็นใช้ชีวิตชิลด์ๆเอ้อระเหยลอยชายแกล้งทำใจให้สบายไปวันๆ ไม่รู้เค้าคิดอะไรอยู่ อายุก็ปูนนี้แล้ว ไม่หาโอกาสแล้วมันจะมีโอกาสได้ยังไงล่ะค้าคุณพี่
เย้!! จบแล้วล่ะค่ะ ปฏิบัติการเผาพี่ครั้งที่หนึ่ง
จริงๆยังมีส่วนให้เผาได้อีกเยอะแยะเลยแหละ ไว้จะหาโอกาสแอบมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ
การเขียนบล๊อกของเราเป็นยังไงบ้างคะ อ่านสนุกเหมือนสำนวนหื่นกามของพี่หรือเปล่าเอ่ย
ตอนนี้หิวแล้วขอตัวไปหาอะไรกินก่อนดีก่า สวัสดีค่ะ
อ๊ะ!!ลืมไปเลย Tagเค้าต้องส่งต่อกันนี่เนาะ
อือ จะTagให้ใครดีล่ะคะพี่... เอ้า เอาง่ายๆเลยละกันทุกคนที่อยู่ในรายการFavouritesทางด้านขวานี่แหละ ใครมาอ่านเจอก็รับไปทำด้วยนะคะ ไปแว้ววว
posted on 10 Jun 2008 23:19 by sweettoxic in Something
ผมออกจากออฟฟิศเมื่อเวลาสองทุ่มกว่าๆเพื่อมาเดินตากฝนปรอยๆและเจอน้ำท่วมซอยพอประมาณ
สายฝนที่กระหน่ำลงมาเมื่อหัวค่ำทำให้การสัญจรโดยรถประจำทางเป็นไปด้วยความทุลักทุเลแออัดยัดเยียดเบียดเสียดเป็นอย่างยิ่ง กว่าจะมุดขึ้นไปหาจุดยืนของตัวเองบนรถเมล์ได้ก็แทบแย่
"ชิดๆกันหน่อยค่ะ พี่ ชิดในเข้าไปเลยค่ะ" กระเป๋ารถเมล์ก็ยังคงพูดเป็นแต่คำเดิมๆ ยังดีที่ไม่มีลูกนักการเมืองคนไหนกระแดะมาขึ้นรถเมล์ก็เลยไม่มีการเหยียบตีนกันตายให้เห็น
"ร่องกลางชิดเข้าไปได้อีกค่ะพี่ เบียดเข้าไปเลยค่ะ" คราวนี้ไม่ใช่แค่พูด แต่เจ๊แกเล่นดันเข้ามาเลย
ด้วยแรงผลักดันของเจ๊กระเป๋าทำให้ผมได้มาเจอกับเธอ 'คนต้นเรื่อง?' ...และก้นของเธอ
'คนต้นเรื่อง' ของผมในคราวนี้เป็นสาวออฟฟิศหุ่นดี(โดยเฉพาะบั้นท้าย) ส่วนหน้าตา...เอ่อ...ไม่ขอบรรยายละกันนะ(จินตนาการได้ตามใจชอบ)
เธอถูกผลักดันให้ตามผมเข้ามา ชิดเข้ามา ชิดเข้ามาเรื่อยๆจนอยู่ในระยะหายใจรดต้นคอกันเลยเชียว
แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับแผงอกผอมกระหร่องของผม
เส้นผมที่เธอรวบไว้เป็นทรงหางม้าปัดจมูกผมไปมาจนต้องเบือนหน้าหนี
ข้างบนน่ะไม่เท่าไหร่เพราะยังมีช่องให้หายใจ แต่ข้างล่างนี่สิ ไอ้น้องของผมกำลังงัวเงียอยู่เลยครับ...อย่าเพิ่งมาตื่นตอนนี้นะเว้ย
ผมพยายามหลีกเลี่ยงเป้าหมายด้วยการเบี่ยงตัวหนี ผมไม่ได้รังเกียจเธอหรอกนะ ผมกลัวใจตัวเองต่างหาก
"เบียดเข้าไปเลยค่ะ ร่องกลางชิดเข้าไปได้อีกค่ะพี่"
ในที่สุดแล้วผมก็จนมุม เธอยังคงขยับถอยตามผมเข้ามา
ตอนนี้ก้นเธอเบียดชิดอยู่กับต้นขาของผม ผมรับรู้โดยสัญชาตญาณว่าโทรศัพท์มือถือที่ผมใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงข้างขวานั้นได้เข้าสู่ 'ร่องกลาง' ของเธอแล้วเรียบร้อย
...ไม่อยากจะคิดเลย(แต่ก็คิดไปแล้ว)ว่าถ้าเกิดโทรศัพท์มือถือผมเกิดสั่นขึ้นมาตอนนี้อะไรจะเกิดขึ้นวะ
...โชคดี แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีใครโทรเข้ามาเลย...
"เอี๊ยดดดด!!!"
รถเมล์จอดป้ายอีกครั้ง มีคนเดินลงไปสามคนแต่กลับขึ้นมาสิบคน ชิบ!!!...
กระเป๋ารถเมล์ส่งเสียงร้องจัดขบวนใหม่อีกครั้ง และแล้วไคลแมกซ์แห่งชะตากาม เอ้ย ชะตากรรมบนรถเมล์ของผมก็เริ่มขึ้น
ผมถอยอีกก้าวเธอก็ดันถอยตามเข้ามาอีก และคราวนี้ไม่มีมุมพอให้ผมเบี่ยงตัวหนีซะแล้ว
"ร่องกลางอ่ะพี่ ร่องกลางชิดหรือยัง ดันเข้าไปอีกได้มั้ยคะ"
เห็นภาพกันไหมครับ...ผมเริ่มเข้าใจคำว่า 'ชิดในจนจะเป็นผัวเมียกัน' ซะแล้วสิ ถ้าไม่มีอาภรณ์ขวางกั้นไว้นี่...ไม่อยากจะคิดเลย(แต่ก็คิดไปอีกแล้วล่ะ)
อย่าได้เข้าใจผิดไป ผมยอมรับว่าผมหื่น แต่ผมไม่เคยมีความประสงค์จะฉวยโอกาสล่วงเกินใครโดยมิชอบหรอกนะ
- - - แต่โอกาสงามๆงอนๆแบบนี้อาจจะไม่มีอีกแล้วตลอดชาตินะโว้ย
- - - เฮ่ย ของแบบนี้ ไม่ตายก็หาใหม่ได้น่า
- - - เธอให้ท่าเราหรือป่าวนะ...นี่ท่าโปรดซะด้วยสิ
- - - ทนไว้ๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองตกเป็นทาสของอารมณ์ชั่ววูบ
- - - โอยยยย นิ่มๆแน่นๆเน้นๆ
- - - เย็นไว้ๆ รูปโฉมภายนอกเป็นเพียงสิ่งยั่วยุกิเลส
- - - ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ พองหนอ
- - - นิ่มหนอ พองหนอ นิ่มหนอ พองหนอ
- - - พองหนอ พองหนอ...
- - - เฮ้ย ไม่ยุบแล้วว่ะ พองเอา พองเอาเลยทีนี้
บ้าเอ้ย!!! เตลิดเถิดเทิงจนได้สิน่า สัมผัสที่ไม่ค่อยจะได้สัมผัสบ่อยนักทำให้ผมตื่นเต้นและตื่นตัว
ผมไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรกับผมด้วยหรือป่าวทำไมถึงต้องเบียดมาแนบชิดกันขนาดนี้
แต่ผมว่าเธอคงรู้แล้วล่ะว่าไอ้ที่แนบชิดกับ 'ร่องกลาง' ของเธออยู่นั้นไม่ใช่โทรศัพท์มือถือรุ่นยืดหดได้แน่ๆ
ถ้าในตอนนั้นเธอจะกล่าวหาว่าผมลวนลามเธอผมก็ไม่มีสิทธิ์แก้ตัวอะไรได้เลย
แต่เธอก็ยังคงเฉยอยู่ อาจจะไม่ได้คิดอะไร หรืออาจจะกำลังกลัวว่าผมจะทำอะไรต่อก็ไม่รู้สิ...เอ แล้วผมจะทำอะไรต่อดีล่ะ...
...เรื่องมาถึงตรงนี้ ผมรู้สึกดีเหมือนกำลังอยู่ในฝันฉ่ำๆ ไม่ได้เฉลียวใจว่าทุกสิ่งมีด้านดีก็ต้องมีด้านเลว ในโชคดีก็ย่อมมีโชคร้ายรออยู่...เบื้องหลัง
เบื้องหลังของผม คนเบื้องหลังที่ผมไม่ได้สังเกต คนเบื้องหลังที่ผมไม่ได้หวาดระแวง...ตอนนี้ มันเล่นผมแล้ว!!!
เพราะขณะที่ผมกำลังฟุ้งซ่านกับสถานะการณ์เบื้องหน้า จู่ๆก็มีสัมผัสกระตุกอารมณ์จากเบื้องหลัง?
ผมรู้สึกว่ามีอะไรมาขยุกขยุยอยู่แถวพื้นที่ตู๊ด?ของผม ทีแรกนึกว่าจะโดนล้วงกระเป๋า แต่ชิบหาย!!! มันร้ายแรงกว่านั้น
อุบัติเหตุหรือจงใจ?
ผู้ชาย เกย์ กระทุย หรือตัวอะไรซักอย่างที่ผมไม่อยากคาดเดาสายพันธุ์กำลังจ้องเล่นงานผมในระยะประชิด!!
ผมไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตามัน ตอนนั้นกลัวยิ่งกว่าโดนปืนจ่อข้างหลังซะอีก จะร้องโวยวายว่าโดยลวนลามก็ใช่ที่ ได้แต่ภาวนาขอให้มันอย่าได้คิดอะไรจริงจังกับผมเล้ย เฮ้ย คิดเล่นๆก็ไม่ได้เว้ย
ผมได้รับรู้แล้วว่าหญิงสาวเบื้องหน้าผมเธอรู้สึกอย่างไร อึดอัดสิครับ...เกิดมาเพิ่งเคยยืนขมิบตูดบนรถเมล์
แล้วถ้าผมจะขยับตูดหนีการรุกรานก็จะกลายเป็นว่าผมส่งน้องชายเข้าไปแซกแทรง 'ร่องกลาง' ที่อยู่ข้างหน้าซะอีก ผมต้องเลือกซักอย่างระหว่างการเป็นผู้กระทำหรือยอมถูกกระทำซะเองไอ้บ้าเอ้ย!! ถ้าเป็นคุณจะทำยังไงครับ? ผมรู้สึกสมเพชสภาพตัวเองตอนนี้มากๆเจอทั้งสัมผัสสยิวและสัมผัสสยอง ไม่รู้จะเดินหน้าหรือถอยหลังดี นี่มันวันชิบหายอะไรกันวะเฮ้ย
แล้วลองนึกภาพตามเวลารถเมล์วิ่งนะครับ มันวิ่งนิ่มๆเป็นซะที่ไหน วิ่งแล้วเบรก เบรกแล้วส่าย ส่ายแล้วปาด ปาดแล้วพุ่ง!! โอ้...เย็บเป็ด!!!
.
.
.
ผมต้องทนอยู่ในสภาพนั้นครึ่งชั่วโมงกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
แล้วทุกฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันลงคนละป้าย...เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?!?
.
.
.
อ้าวเฮ้ย!!
.
.
.
แค่นี้เหรอ
.
.
.
ผมเครียดแทบบ้าเลยนะโว้ย
.
.
.
เออ... สรุปว่ากูคิดมากไปคนเดียวอีกแล้วใช่มั้ยครับเนี่ย
<<
ป.ล.ผมไม่ได้โรคจิตนะคะ...แค่คิดมากเกินไปเองค่ะ (ก็เอามาเล่าให้ซ่านกันแก้เครียดว่ะครับ)